Fastfetch 2.70 อัปเกรดใหม่ รองรับ Android และ Linux ดียิ่งขึ้น

Fastfetch เครื่องมือแสดงข้อมูลระบบแบบ open-source ยอดนิยมสำหรับแสดงรายละเอียดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ผ่าน terminal ได้ประกาศปล่อยเวอร์ชัน 2.70 โดยมาพร้อมการปรับปรุงการตรวจจับฮาร์ดแวร์บน Android เพิ่มประสิทธิภาพด้านเสียงบน Linux ลดจำนวน dependencies และแก้ไขข้อบกพร่องในหลายแพลตฟอร์ม

การเปลี่ยนแปลงสำคัญสำหรับผู้ใช้ Linux คือการตัด libpulse และ libddcutil ออกจาก dependencies ซึ่งนักพัฒนาระบุว่าผู้ดูแลแพ็คเกจ (package maintainers) สามารถถอนไลบรารีทั้งสองนี้ออกจากแพ็คเกจ Fastfetch ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม ALSA fallback ในโมดูล Sound ช่วยให้ระบบ Linux ที่ไม่มี sound server สามารถแสดงข้อมูลอุปกรณ์เสียงและระดับความดังได้โดยไม่เกิดข้อผิดพลาด

สำหรับฝั่ง Android เวอร์ชัน 2.70 ได้ยกระดับการรายงานข้อมูลฮาร์ดแวร์ให้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถตรวจจับอุปกรณ์เสียงได้แล้ว ส่วนการตรวจจับจอแสดงผลจะเปลี่ยนมาใช้ Binder interface ของ Android ซึ่งช่วยให้ทำงานได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเพิ่มเติมหรือรัน process แยกต่างหาก ในด้านการรายงานแบตเตอรี่ได้เพิ่มข้อมูลอุณหภูมิ เวลาที่เหลือโดยประมาณ และระบุวิธีการชาร์จทั้งแบบ AC, USB และไร้สาย

นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการตรวจจับสื่อ (media detection) เมื่อรันภายใต้ user ID ของแอป Android แม้จะจำเป็นต้องขอสิทธิ์เข้าถึงการแจ้งเตือนก็ตาม โดยตัวเครื่องมือจะระบุชื่อแอปพลิเคชันตามที่แสดงจริงแทนการใช้ชื่อแพ็คเกจ ส่วนการตั้งค่า format scripting ได้นำการใช้ QuickJS ออกอย่างถาวรตามที่เคยประกาศไว้ในเวอร์ชันก่อนหน้า ซึ่งผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้สคริปต์ Lua แทน

ในส่วนของโมดูล Command ได้มีการปรับเปลี่ยนตัวเลือก useStdErr เป็น useOutput เพื่อให้ผู้ใช้เลือกบันทึกได้ทั้ง standard output และ standard error โดยค่าเริ่มต้นจะบันทึกทั้งสองสตรีม พร้อมทั้งปรับปรุงการตรวจจับ shell ให้ดึงข้อมูลโดยตรงจาก /etc/passwd เพื่อความถูกต้องแม่นยำกว่าการดึงจาก environment variable $SHELL ที่อาจมีข้อมูลล้าสมัย

การรายงานข้อมูลดิสก์มีการปรับปรุงฟอร์แมตใหม่ โดยนำ {size-available} ออก และใช้ {size-free} แทนตามการตั้งค่า disk.useAvailable ขณะที่เอาต์พุต JSON จะไม่มีฟิลด์ bytes.available และ bytes.used อีกต่อไป

ด้านการแก้ไขข้อบกพร่อง Fastfetch 2.70 ได้แก้ปัญหาจอมอนิเตอร์ภายนอกที่ตรวจจับผ่าน DDC/CI แสดงผลผิดพลาดบน Linux ปรับปรุงการระบุโปรเซสเซอร์ Snapdragon X1 และ X2 รวมถึงแก้ไขการตรวจจับขนาดฟอนต์ใน foot terminal และการระบุไดรเวอร์ Vulkan ในระบบที่มีหลาย GPU นอกจากนี้ยังแก้ไขการตรวจจับจอใน Android 17, การรายงานความจุพาร์ทิชัน Windows ที่ติดโควตา และ MAC address บน macOS 27 อีกด้วย

ทิ้งท้ายด้วยการเพิ่มการรองรับภาษาฟินแลนด์ เพิ่มการตรวจจับแพ็คเกจ pkgsrc บน macOS เพิ่มโลโก้ Artix Linux แบบเติมสี และการปรับแต่งประสิทธิภาพภายในหลายรายการ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ official Fastfetch 2.70 release notes

Source: Linuxiac
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย SirilukP
Fastfetch 2.70 อัปเกรดใหม่ รองรับ Android และ Linux ดียิ่งขึ้น

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร