Google เสริมเกราะ Chrome ใช้ Gemini ตรวจจับการโจมตี ClickFix

Google ประกาศยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนเบราว์เซอร์ Chrome เพื่อรับมือกับการหลอกลวงออนไลน์และ Social Engineering โดยมีการเพิ่มระบบคำเตือนเว็บไซต์รูปแบบใหม่ การใช้โมเดล Gemini ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และฟีเจอร์ตรวจจับคำสั่งอันตรายจากการโจมตีแบบ ClickFix

มาตรการป้องกันด้วย Gemini และ ClickFix นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโหมด Enhanced Protection ภายใต้ระบบ Safe Browsing ซึ่ง Google เริ่มเปิดตัวในปี 2020 โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Chrome มากกว่า 1 พันล้านคนที่เปิดใช้งานโหมดนี้เพื่อความปลอดภัยระดับสูงสุด

Google ระบุว่า Enhanced Protection ช่วยให้ผู้ใช้ปลอดภัยขึ้นถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับการป้องกันแบบมาตรฐาน (Standard Protection) ในการรับมือกับ phishing, Social Engineering และการหลอกลวงอื่นๆ โดยประเมินจากสถิติจำนวนคำเตือนด้านความปลอดภัยที่ผู้ใช้ได้รับ

สำหรับการเตือนภัยบนเว็บไซต์ในปัจจุบันจะแบ่งเป็น 2 ระดับ หาก Safe Browsing มั่นใจสูงว่าหน้านั้นอันตราย ผู้ใช้จะพบคำเตือนหน้าจอสีแดง (dangerous site) แต่หากอยู่ในระดับที่ความมั่นใจต่ำกว่า จะมีการแสดงคำเตือนระดับใหม่ในชื่อ 'suspicious site' เพื่อแจ้งเตือนหน้าเว็บที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือใช้กลวิธีเลียนแบบเว็บไซต์อันตราย

นอกจากนี้ Google ได้ย้ายระบบตรวจจับการหลอกลวงที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini ไปไว้บนฝั่งเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จากเดิมที่ทำงานเฉพาะบนอุปกรณ์และจำกัดแค่การหลอกลวงประเภท tech support ปัจจุบันโมเดลฝั่งเซิร์ฟเวอร์นี้พร้อมให้บริการแก่ผู้ใช้ Enhanced Protection ทุกคน และสามารถตรวจจับภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้น เช่น แอนติไวรัสปลอมหรือหน้าอัปเดตเบราว์เซอร์ปลอม

ในการวิเคราะห์หน้าเว็บ Gemini จะพิจารณาจากสัญญาณหลายอย่าง เช่น แบรนด์ที่แสดงและวัตถุประสงค์ของหน้าเว็บ โดย Safe Browsing จะนำผลจาก AI มาประมวลผลร่วมกับชื่อเสียงของโดเมนเพื่อตัดสินขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ Google ยืนยันว่าข้อมูลที่ส่งไปวิเคราะห์จะถูกจัดการแบบชั่วคราว (ephemerally) ไม่มีการบันทึกหรือนำไปฝึกโมเดล AI ต่อ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการป้องกันการโจมตีแบบ ClickFix ซึ่งเป็นเทคนิคที่หลอกให้เหยื่อคัดลอกคำสั่งไปรันในเครื่องผ่าน PowerShell ทำให้การป้องกันเบราว์เซอร์ปกติทั่วไปตรวจจับไม่ได้ แต่ปัจจุบัน Chrome จะตรวจสอบได้ทันทีหากมีการคัดลอกสคริปต์ที่น่าสงสัย

Google กล่าวว่าหากพบสคริปต์ที่เข้าข่าย ClickFix ระบบจะคัดกรองข้อมูลส่วนบุคคล (PII) ออกและส่งไปวิเคราะห์ที่ Safe Browsing หากพบว่าเป็นอันตราย Chrome จะแสดงคำเตือนทันที โดยระบบถูกออกแบบมาให้แม่นยำเพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานปกติของเหล่านักพัฒนา

Chrome จะแจ้งเตือนทุกการเชื่อมต่อผ่าน HTTP เป็นค่าเริ่มต้น

นอกจากการป้องกันมัลแวร์ Google ยังได้เปิดใช้งานคำเตือนก่อนเชื่อมต่อเว็บไซต์ผ่าน HTTP ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานทุกคนเป็นค่าเริ่มต้น หลังจากที่เคยสัญญาไว้เมื่อปีที่แล้ว และมีการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้

Google ให้เหตุผลว่าเพียงแค่ป้าย 'Not Secure' แบบเดิมนั้นไม่เพียงพอ เพราะผู้ใช้มักไม่สังเกตเห็น อีกทั้งทราฟฟิก HTTP แบบชั่วคราวอย่างการ redirect ก็มักจะไม่แสดงป้ายเตือนให้เห็นชัดเจน การเพิ่มหน้าต่างยืนยันก่อนเข้าชมจึงช่วยป้องกันความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหลได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม คำเตือนนี้จะไม่ปรากฏบ่อยจนเกินไป โดยเมื่อผู้ใช้กดยืนยันเข้าชมเว็บไซต์ HTTP นั้นแล้ว ระบบจะไม่เตือนซ้ำอีกเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และจะยกเว้นการเตือนสำหรับชื่อโฮสต์ภายในเครื่องหรือ IP address ภายในเครือข่าย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าเว็บไซต์สาธารณะ

สถิติจากการทดสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ใช้ Chrome บนเดสก์ท็อปเกือบ 95% แทบไม่พบคำเตือน HTTP เลยในรอบสัปดาห์ ขณะที่ผู้ใช้ที่พบคำเตือนเกิน 3 ครั้งมีไม่ถึง 1% ซึ่ง Google หวังว่าแนวทางนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ที่เบราว์เซอร์ค่ายอื่นๆ จะนำไปใช้งานตามในอนาคต

Source: SecurityWeek
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย SirilukP
Google เสริมเกราะ Chrome ใช้ Gemini ตรวจจับการโจมตี ClickFix

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร