Google เปิดตัว Gemini 4 Argon รุ่นปลดล็อก Guardrail เพื่อความปลอดภัยไซเบอร์

Google ประกาศเปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI ระดับ Frontier รุ่นใหม่ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเริ่มเปิดให้กลุ่มผู้ป้องกันทางไซเบอร์ที่ผ่านการตรวจสอบเข้าใช้งานผ่านโครงการ Fairwind Program แล้ว

ทีมงานภายในของ Google ได้เริ่มทดสอบโมเดลนี้เช่นกัน โดยบริษัทมีแผนจะขยายการเข้าถึงอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากรวบรวมและวิเคราะห์ผลตอบรับจากผู้ทดสอบกลุ่มแรกเสร็จสิ้น

ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระบุว่า Argon ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน ทั้งในด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ งานวิชาชีพในองค์กร เช่น กฎหมายและการเงิน รวมถึงการป้องกันทางไซเบอร์ โดยโมเดลนี้ได้รับการฝึกฝนให้มีความเชี่ยวชาญสูงในการค้นหา ตรวจสอบ และแก้ไขช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่สำคัญได้แบบอัตโนมัติ

“สำหรับผู้ป้องกันที่ได้รับความไว้วางใจและทีมงานภายในของ Google เราจะปล่อย Argon โดยไม่มี cyber guardrails เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถในการป้องกันทางไซเบอร์ระดับ Frontier ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” บริษัทกล่าวระบุ

Google ได้เริ่มโครงการ Fairwind ไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงให้เฉพาะหน่วยงานรัฐบาล ลูกค้า Google Cloud และพันธมิตรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยในช่วงแรกได้ผสานโมเดล Gemini 3.8 Flash Cyber เข้ากับ CodeMender ของ Google เพื่อทำหน้าที่แก้ไขช่องโหว่ ซึ่งปัจจุบันมีพันธมิตรเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 650 ราย

Google ระบุ Argon ตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์โรงพยาบาล

Wiz บริษัทที่ Google เข้าซื้อกิจการ เมื่อต้นปี ได้นำ Argon ไปใช้งานในโครงการ Scan for Good ซึ่งเป็นโครงการค้นหาและแก้ไขความเสี่ยงในโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่สำคัญโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

“จากการสาธิตประสิทธิภาพในระยะแรก โมเดลสามารถค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตที่อาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลในซอฟต์แวร์เฮลธ์แคร์ที่โรงพยาบาลทั่วโลกใช้งานอยู่ ซึ่งเป็นความเสี่ยงร้ายแรงที่โมเดลระดับ Frontier รุ่นก่อนหน้าไม่สามารถตรวจพบได้” Google กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในการประกาศดังกล่าวไม่ได้มีการระบุชื่อซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบ หรือยืนยันว่าปัญหาที่พบได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้วหรือไม่

ในด้านประสิทธิภาพจากการทดสอบ CWE-bench v1 ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานการแก้ไขช่องโหว่โดย Collinear AI พบว่า Argon ทำคะแนนได้ 68% ครองอันดับหนึ่งร่วมกับ OpenAI’s GPT-6 Astra และ Grok 4.7 ของ xAI

นอกจากนี้ Google ยังอ้างถึงการพัฒนาที่ก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับ Gemini 3.8 Flash Cyber โดยในการทดสอบเกณฑ์มาตรฐานภายใน Argon สามารถตรวจพบความเสี่ยงที่หลากหลายในฐานโค้ดที่ซับซ้อนซึ่งเขียนด้วยภาษาโปรแกรมถึง 20 ภาษา

ขณะที่ผลการทดสอบ black-box penetration testing ของ Wiz ซึ่งจำลองการโจมตีระบบเว็บที่ใช้งานจริงโดยไม่เห็นซอร์สโค้ด พบว่า Argon ทำผลงานได้เหนือกว่า Gemini 3.8 Flash Cyber อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในการวิเคราะห์ attack surface การระบุจุดอ่อน และการสร้างหลักฐาน proof-of-concept

ยกระดับมาตรการป้องกันก่อนเปิดใช้งานในวงกว้าง

Google ย้ำว่าการเปิดตัวความสามารถระดับ Frontier ในสเกลนี้จำเป็นต้องทำอย่างเป็นขั้นตอน โดยบริษัทกำลังเข้าร่วม กระบวนการโดยสมัครใจ ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อตรวจสอบโมเดลก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สำหรับการใช้งานทั่วไป Google ได้ออกแบบให้โมเดลปฏิเสธคำขอที่อาจเอื้อต่อการโจมตีทางไซเบอร์ หรือการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ชีวภาพ รังสี และนิวเคลียร์ (CBRN) ขณะที่ยังคงสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

มาตรการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้ยังรวมถึงเทคนิคใหม่ในการตรวจสอบ internal activations ของโมเดลเพื่อป้องกันการใช้งานที่ผิดวัตถุประสงค์ โดย Google เผยว่า Argon เป็นโมเดลที่มีความทนทานต่อการโจมตีแบบ indirect prompt injection มากที่สุดเท่าที่เคยพัฒนามา

“เราได้นำมาตรการลดผลกระทบจากการไม่สอดคล้อง (misalignment mitigations) มาใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้ Argon ปฏิบัติภารกิจเกินขอบเขตที่ผู้ใช้ตั้งใจ โดยระบบจะตรวจสอบกระบวนการคิด (chain-of-thought) และการกระทำของโมเดล พร้อมสั่งหยุดการทำงานทันทีหากพบความผิดปกติ” บริษัทอธิบายเพิ่มเติม

นอกจากนี้ บริษัทยังใช้สภาพแวดล้อมแบบ sandboxed ที่ถูกแยกส่วนและปิดผนึกอย่างหนาแน่น ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการฝึกฝนหรือการประเมินผลที่มีความเสี่ยงสูงในทุกขั้นตอน

Source: SecurityWeek
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย AttapolK
Google เปิดตัว Gemini 4 Argon รุ่นปลดล็อก Guardrail เพื่อความปลอดภัยไซเบอร์

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร