เผยอีเมลลับ OpenAI-Microsoft ชี้การเทรน AI คือการโจรกรรมแรงงาน
ประเด็นสำคัญ
- บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ นำโดย The New York Times เรียกร้องค่าเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์จาก OpenAI และ Microsoft ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์
- ฝ่ายโจทก์เปิดหลักฐานใหม่เป็นข้อความภายในที่ผู้บริหารตั้งคำถามถึงข้อต่อสู้เรื่อง Fair Use และยอมรับว่าแชทบอทถูกสร้างมาเพื่อแทนที่งานข่าว
- คำฟ้องระบุว่า OpenAI มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยง Paywall อย่างเป็นระบบ และพยายามปกปิดหลักฐานด้วยการติดตั้งตัวกรองข้อมูลหลังถูกฟ้องร้อง
เอกสารแถลงต่อศาลฉบับใหม่โดย The New York Times และกลุ่มพันธมิตรสื่อ ได้อ้างถึงอีเมลภายในและคำให้การภายใต้คำสาบานของผู้บริหาร OpenAI และ Microsoft ที่เคยเป็นความลับ
กลุ่มโจทก์ซึ่งรวมถึง Daily News, Chicago Tribune, Denver Post และเครือ Ziff Davis (เจ้าของ CNET, IGN, PCMag) ได้ยื่น summary judgment brief ต่อศาลเขตนิวยอร์ก เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายมหาศาลจากการนำเนื้อหาไปเทรน AI โดยไม่ได้รับอนุญาต
ตามรายงานของ Financial Times เอกสารหนา 92 หน้านี้เป็นการรวมคดีฟ้องร้องหลายกรณีเข้าด้วยกัน โดยมีจุดเริ่มต้นสำคัญมาจาก คดีของ New York Times ที่ยื่นฟ้องไปเมื่อปลายปี 2023
คำแถลงภายในของผู้บริหารทำลายข้อต่อสู้เรื่อง Fair Use
หลักฐานจากอีเมลและข้อความใน Slack เผยให้เห็นว่าคนในบริษัท AI เองก็มีความกังวลต่อจริยธรรมในการทำงาน โดย Brent Hecht ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ของ Microsoft เคยเรียกการกระทำนี้ว่า "การโจรกรรมแรงงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ" ซึ่งหากอ้างว่านี่คือ Fair Use ก็ถือเป็นการเยาะเย้ยกฎหมายอย่างสิ้นเชิง
แม้ทาง Microsoft จะชี้แจงกับ Financial Times ว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของพนักงาน แต่สอดคล้องกับรายงานจาก US Copyright Office ที่ระบุว่าหลักการ Fair Use ไม่ควรถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางกับกรณีการคัดลอกข้อมูลมหาศาลของบริษัท AI
ด้าน Nick Turley หัวหน้าทีม ChatGPT ของ OpenAI ยอมรับในเอกสารว่า ผลิตภัณฑ์ AI สามารถใช้ทดแทนเนื้อหาข่าวได้เกือบทั้งหมด และจะเข้ามาแทนที่ผู้ผลิตเนื้อหามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทคโนโลยีเก่งขึ้น สอดคล้องกับคำให้การของ Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft ที่ยอมรับว่าแชทบอทกำลังเข้ามาแทนที่การเข้าถึงแหล่งข่าวต้นฉบับ
เอกสารภายในของ Microsoft ยังระบุถึงสภาวะ "Doom Loop" หรือวงจรหายนะที่กลยุทธ์เนื้อหา AI กำลังทำลายรากฐานเศรษฐกิจของซัพพลายเออร์ข้อมูล ซึ่งส่งผลให้อัตราการคลิกไปยังเว็บไซต์ข่าวลดลงอย่างน่าตกใจ โดยในบางกรณีลดลงสูงถึง 94 เปอร์เซ็นต์
การเลี่ยง Paywall และข้อจำกัดของใบอนุญาต
ฝ่ายโจทก์เปิดเผยว่า OpenAI มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงระบบจ่ายเงิน (Paywall) ของสำนักข่าวอย่างเป็นระบบ โดย Greg Brockman ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI เคยแสดงความยินดีเมื่อพนักงานพบวิธี "เจาะ" ระบบของ NYT เพื่อนำข้อมูลมาใช้เทรนโมเดล
นอกจากนี้ OpenAI ยังถูกกล่าวหาว่าละเมิดเงื่อนไขการใช้งานคลังข้อมูลบทความ 1.8 ล้านชิ้นจากบุคคลที่สาม ซึ่งระบุชัดเจนว่าให้ใช้เพื่อการศึกษาที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เท่านั้น แต่บริษัทกลับนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแสวงหากำไร
ข้อกล่าวหาเรื่องการปกปิดหลักฐาน
หลังมีการฟ้องร้อง OpenAI ถูกระบุว่าได้สร้างตัวกรองเพื่อปิดกั้นไม่ให้ AI แสดงผลลัพธ์ที่คัดลอกมาจากสื่อที่เป็นโจทก์ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายสำนักข่าวรวบรวมหลักฐานการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ โดย Brent Hecht จาก Microsoft เรียกพฤติกรรมนี้ว่าเป็นการ "ปกปิดโดยบังเอิญ" (accidental cover up)
ฝ่ายโจทก์ยืนยันว่าการกระทำของบริษัท AI ล้มเหลวในการอ้างสิทธิ์ Fair Use ทั้ง 4 ประการ เนื่องจากเป็นการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ที่มุ่งเน้นการทดแทนต้นฉบับ มากกว่าการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และเป็นการคัดลอกผลงานไปทั้งหมดโดยไม่จำเป็น
ผลกระทบต่อตลาดข่าวและอนาคตของสื่อ
หลักฐานระบุว่า AI ช่วยให้สามารถสร้างข่าวเทียมคุณภาพต่ำหรือ "Pink Slime" ได้ในปริมาณมหาศาล โดยการสร้างบทความหนึ่งล้านบทความมีต้นทุนเพียง 6,800 ดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลในตลาด
แม้ในอดีต คำวินิจฉัยของศาล และท่าทีของ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะมีแนวโน้มเข้าข้างบริษัท AI แต่หลักฐานภายในที่ถูกเปิดเผยออกมาในครั้งนี้ อาจทำให้ข้อต่อสู้เรื่อง Fair Use ของ OpenAI และ Microsoft สั่นคลอนและทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม

ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น
สมัครสมาชิกมาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร
