NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin: นิยามใหม่ของโรงงาน AI ด้วยประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงขึ้น 10 เท่า

NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin: นิยามใหม่ของโรงงาน AI ด้วยประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงขึ้น 10 เท่า

NVIDIA Vera Rubin ได้เข้าสู่ยุคการประมวลผลระดับ gigascale อย่างเป็นทางการแล้ว โดยปัจจุบันการผลิต Vera Rubin NVL72 กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านพันธมิตรผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำอย่าง CoreWeave, Google Cloud, Microsoft Azure และ Oracle Cloud Infrastructure

ด้วยฐานการผลิตกว่า 350 แห่งใน 30 ประเทศ Vera Rubin จึงมีเครือข่ายซัพพลายเชนระดับแร็คที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการคำนวณที่เพิ่มสูงขึ้นของลูกค้าทั่วโลก

แพลตฟอร์ม Vera Rubin ถูกออกแบบตั้งแต่ระดับชิปไปจนถึงระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงสุดและต้นทุนต่อ Token ต่ำที่สุด โดยผลทดสอบแรกจาก CoreWeave บนโมเดล DeepSeek-R1 พบว่ามีค่า throughput ต่อเมกะวัตต์มากกว่า Grace Blackwell NVL72 ถึง 10 เท่า ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับโรงงาน AI ที่ต้องบริหารจัดการด้านพลังงาน

ก้าวล้ำด้านประสิทธิภาพด้วย Extreme Co-Design

ความสำเร็จนี้เกิดจากแนวคิด extreme co-design ที่ผสานการทำงานของชิป 7 ตัวและถาดแร็ค 5 รูปแบบเข้าด้วยกัน ได้แก่ Vera Rubin NVL72, Vera CPU, Groq 3 LPX, Spectrum-6 SPX และ Vera BlueField-4 STX โดยทุกส่วนถูกออกแบบทางวิศวกรรมให้ทำงานเป็นระบบเดียวตั้งแต่ต้น

NVIDIA Vera CPU คือหัวใจหลักที่กำหนดนิยามใหม่ของ CPU สำหรับโรงงาน AI ด้วยคอร์ Olympus ที่ปรับแต่งมาเพื่อยุคสมัยของ Agent โดยเฉพาะ ให้ประสิทธิภาพ single-threaded สูงขึ้น 2 เท่า มีแบนด์วิดท์ระหว่างคอร์เพิ่มขึ้น 3 เท่า และลาเทนซีของหน่วยความจำต่ำลง 40% เมื่อเทียบกับชิปเล็ตของคู่แข่ง

เร่งความเร็วโรงงาน AI ด้วยระบบเครือข่ายเฉพาะทาง

ระบบเครือข่าย NVLink รุ่นที่หกช่วยเพิ่ม throughput ได้กว่า 2 เท่าในเวิร์กโหลดที่ซับซ้อน โดยมีลาเทนซีต่ำลง 3 เท่า ส่วนการขยายระบบภายนอกนั้น Spectrum-X Ethernet ได้รวมสวิตช์ Spectrum-6 และ SuperNIC ConnectX-9 เข้าด้วยกัน ส่งผลให้มีแบนด์วิดท์ RDMA สูงกว่า Ethernet ทั่วไปถึง 1.6 เท่า

ปัจจุบันผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลกอย่าง CoreWeave, Microsoft, SpaceXAI และ Tesla ได้เริ่มนำสวิตช์ Spectrum-6 มาใช้งานแล้ว นอกจากนี้ NVIDIA Photonics พร้อม co-packaged optics ยังช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับตัวรับส่งสัญญาณแบบเดิม

นอกจากนี้ NVLink Fusion ยังเปิดกว้างให้ XPU จากบุคคลที่สามสามารถใช้งานบนโครงสร้างพื้นฐานของ NVIDIA ได้ ช่วยให้พันธมิตรเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ประหยัดเวลาการติดตั้งและทรัพยากรน้ำ

การออกแบบระบบ Vera Rubin NVL72 แบบไร้สายเคเบิล พัดลม และท่ออ่อน ช่วยลดเวลาการประกอบถาดคำนวณจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงหนึ่งนาที อีกทั้งการรองรับอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นที่ 45 องศาเซลเซียส ยังช่วยให้โรงงาน AI สามารถใช้ระบบหล่อเย็นแบบแห้ง (dry-cooler) ที่ประหยัดน้ำได้หลายล้านแกลลอนต่อเมกะวัตต์ในแต่ละปี


NVIDIA Vera Rubin ขับเคลื่อนยุคโมเดลแบบเปิดของยุโรป

NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin: นิยามใหม่ของโรงงาน AI ด้วยประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงขึ้น 10 เท่า

Vera Rubin กำลังเป็นรากฐานสำคัญให้กับการขยายความร่วมมือระหว่าง Microsoft และ Mistral เพื่อนำ Frontier AI มาสู่ยุโรป โดยเน้นที่การใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าและรัฐบาลสามารถควบคุมข้อมูลได้ภายใต้กฎระเบียบของตนเอง

ความร่วมมือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์นี้จะเห็น Mistral นำ NVIDIA Vera Rubin GPU รุ่นล่าสุดนับหมื่นตัวมาใช้ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการฝึกฝนและการอนุมานโมเดล AI ระดับใหญ่ในภูมิภาค

NVIDIA Vera Rubin ซึ่งให้ผลลัพธ์ Token มากขึ้น 10 เท่าต่อเมกะวัตต์ในต้นทุนที่ถูกลง จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ยุโรปสามารถพัฒนา AI อธิปไตย (Sovereign AI) ได้โดยไม่ต้องแลกกับประสิทธิภาพหรือนวัตกรรม


ผลทดสอบ CoreWeave: ประสิทธิภาพเหนือกว่า Blackwell 10 เท่า

NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin: นิยามใหม่ของโรงงาน AI ด้วยประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงขึ้น 10 เท่า

CoreWeave เป็นผู้ให้บริการ AI Cloud รายแรกที่ติดตั้ง Vera Rubin NVL72 สำเร็จ และผลจากการรัน DeepSeek-R1 พบว่ามีการปรับปรุงจำนวน Token ต่อวินาทีต่อเมกะวัตต์เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น Blackwell

ด้วยสถาปัตยกรรม MoE ของ DeepSeek-R1 ที่ต้องการการสื่อสารระหว่าง GPU สูง แฟบริก NVLink 6 ของ Vera Rubin ที่มีความเร็ว 260 TB/s จึงเข้ามาช่วยขจัดคอขวด ทำให้แร็คทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็นเหมือนตัวเร่งความเร็วเพียงหนึ่งเดียว


ขับเคลื่อน Google Cloud A5X และ DeepInfra

NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin: นิยามใหม่ของโรงงาน AI ด้วยประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงขึ้น 10 เท่า

Google Cloud ได้เปิดตัวอินสแตนซ์ A5X ที่ใช้ Vera Rubin NVL72 เพื่อรองรับ Ineffable Intelligence สตาร์ทอัพที่พัฒนา "superlearner" ผ่านการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) ซึ่งต้องการลาเทนซีที่ต่ำมากและการประมวลผลมหาศาล

ขณะเดียวกัน ผลทดสอบจาก DeepInfra แสดงให้เห็นว่า NVIDIA Vera CPU สามารถเพิ่มความเร็วในการจัดการระบบ (Orchestration) ได้กว่า 2 เท่า และรองรับ AI Agent ที่ทำงานพร้อมกันได้มากขึ้น 1.6 เท่า ช่วยให้ผู้ให้บริการคลาวด์เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ แพลตฟอร์ม NVIDIA Vera Rubin

Source: NVIDIA Blog
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย SirilukP
NVIDIA เปิดตัว Vera Rubin: นิยามใหม่ของโรงงาน AI ด้วยประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงขึ้น 10 เท่า

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร