พนักงาน OpenAI เผยแนวทางการใช้ GPT-5.6 Sol ผ่านระดับการประมวลผล 5 ระดับ
Vaibhav Srivastav พนักงานของ OpenAI ได้อธิบายถึงการเลือกใช้ระดับการใช้เหตุผล (Reasoning Levels) ทั้ง 5 ระดับของ GPT-5.6 Sol ให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท โดยระดับ "Light" และ "Low" ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการความรวดเร็วและมีขั้นตอนชัดเจน ระดับ "Medium" เหมาะสำหรับการวางแผนและการวิเคราะห์ ส่วนระดับ "High" และ "xhigh" จะเน้นจัดการงานที่มีความซับซ้อนสูง มีหลายขั้นตอน หรือต้องการ "การตรวจสอบอย่างละเอียด" (careful verification)
สำหรับโหมด "Max" และ "Ultra" นั้นจะมีกลไกการทำงานที่แตกต่างออกไป โดย "Max" จะเปิดโอกาสให้โมเดลใช้เวลากับปัญหาเดียวได้นานยิ่งขึ้น ในขณะที่ "Ultra" จะใช้ sub-agents หลายตัวทำงานควบคู่กันไปเพื่อจัดการส่วนต่างๆ ของงานที่แยกย่อยออกไป ซึ่งระดับที่สูงขึ้นจะแลกมาด้วยระยะเวลาประมวลผลที่นานขึ้นและปริมาณการใช้ token ที่มากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ Srivastav แนะนำให้ผู้ใช้งานเริ่มจากระดับต่ำก่อนแล้วจึงค่อยขยับระดับขึ้นเมื่อจำเป็นเท่านั้น พร้อมระบุว่าระดับเหล่านี้ไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบโดยตรงกับระดับใน GPT-5.5 ได้ ดังนั้นผู้ที่เปลี่ยนมาใช้งานรุ่นใหม่ควรเริ่มจากระดับที่ต่ำกว่าเดิมหนึ่งระดับเป็นลำดับแรก
อย่างไรก็ตาม การแบ่งระดับที่ซับซ้อนเช่นนี้ดูจะสวนทางกับเป้าหมายที่ OpenAI เคยประกาศไว้ว่าต้องการให้ ChatGPT เรียบง่ายจนถึงขั้น "แทบไม่มี interface"
นอกจากนี้ ระดับ Pro ของโมเดล Sol ก็ยังไม่ปรากฏให้เห็น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมี ข้อมูลหลุดออกมาในเอกสาร benchmark ด้านพันธุศาสตร์ ก็ตาม ซึ่งการตั้งค่าที่หลากหลายนี้อาจช่วยให้ OpenAI เก็บข้อมูลการใช้งานได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปเลือกได้ยากว่าระดับใดเหมาะสมกับงานของตนที่สุดหากไม่ได้ทำการรัน benchmark ด้วยตัวเอง
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น
สมัครสมาชิกมาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร
