Prime Intellect เปิดตัว Prime Agent เฟรมเวิร์ก Open-Source ที่เอเยนต์พัฒนาตัวเองได้และก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์

Prime Intellect เปิดตัว Prime Agent เฟรมเวิร์ก Open-Source ที่เอเยนต์พัฒนาตัวเองได้และก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์

Prime Intellect เปิดซอร์ส Prime Agent เฟรมเวิร์กสำหรับการเขียนโค้ดแบบพัฒนาตัวเองได้ (Self-improving) โดยใช้สัญญาอนุญาตแบบ MIT โครงสร้างนี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดหลักสองประการคือ Recursive Language Model (RLM) และ Continual Harness เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดของโครงสร้างเครื่องมือแบบตายตัวและการบีบอัดบริบทแบบเดิม

หัวใจสำคัญของ Prime Agent คือการแทนที่ระบบเดิมด้วย Python REPL ที่ทำงานต่อเนื่องและโครงสร้าง (harness) ที่สามารถเขียนทับได้ จากผลการทดสอบร่วมกับโมเดล Opus 5 พบว่าสามารถทำคะแนนบน ARC-AGI-3 ได้สูงถึง 95.5% แบบ RHAE Best@1 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ซึ่งอยู่ที่ 95.4%

สามารถนำไปใช้งานได้จริงหรือไม่

ปัจจุบัน Prime Agent พร้อมใช้งานแล้วและสามารถติดตั้งบน Linux หรือ macOS ได้ด้วยคำสั่งเดียว ระบบรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้งผ่านบัญชีสมัครสมาชิก (Codex, Claude Pro/Max, GitHub Copilot) และ API keys จากค่ายดังอย่าง Anthropic, OpenAI, Google หรือแม้แต่การโฮสต์โมเดลแบบ Open-weights เช่น GLM-5.2 ด้วยตนเองผ่าน vLLM เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กร

สำหรับในระดับองค์กร เครื่องมือนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทีมวิศวกรรมและห้องปฏิบัติการ AI ที่ใช้ระบบ CI container แบบแยกส่วน เนื่องจาก Prime Intellect ระบุชัดเจนว่าระบบ worker และ kernel ไม่ใช่ระบบความปลอดภัยแบบ sandbox จึงควรใช้งานในสภาพแวดล้อมที่จำกัดหรือใช้โคลนที่ใช้แล้วทิ้งเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จะครอบคลุมตั้งแต่ทีมพัฒนา GPU kernels, งานวิจัยเชิงปริมาณ ไปจนถึงห้องปฏิบัติการวิจัย AI โดยสามารถประยุกต์ใช้ในงาน Refactor โค้ดข้ามคืน การเพิ่มประสิทธิภาพ Kernel หรือแม้แต่การวิจัยอัตโนมัติ (Autoresearch) ที่ต้องใช้เวลาทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

สิ่งที่ Prime Intellect เปิดตัว

ระบบนี้พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยสองฉบับ โดย Recursive Language Model (RLM) จะมองบริบทเป็นตัวแปรและการมอบหมายงานให้ sub-agent เป็นเสมือนการเรียกใช้ฟังก์ชันภายใน REPL ขณะที่ Continual Harness จะจัดการ prompt, ทักษะ และหน่วยความจำให้เป็นสถานะ (state) ที่เอเยนต์สามารถแก้ไขได้เองตามประวัติการทำงาน

การเรียกใช้เครื่องมือผ่านโปรแกรม

โมเดลใน Prime Agent จะทำงานผ่านเครื่องมือหลักเพียงอย่างเดียวคือ IPython kernel ที่ทำงานต่อเนื่อง โดยการเรียก rlm("sub-task") จะเป็นการเปิดเซสชันลูกที่มีประวัติเป็นของตัวเองและส่งคืนผลลัพธ์กลับมาเมื่อเสร็จสิ้นงานโดยไม่หยุดรอ (non-blocking)

ระบบมีดาเอมอนพื้นหลังคอยควบคุมทุกเซสชัน ทำให้ผู้ใช้สามารถตัดการเชื่อมต่อและกลับมาเชื่อมต่อใหม่ได้โดยที่การทำงานไม่สะดุด หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นในส่วนของ worker ระบบยังสามารถกู้คืนข้อมูลได้จากไฟล์ JSONL และ snapshot ของ kernel ที่บันทึกไว้ เพื่อป้องกันความสับสนในการทำงาน การสื่อสารระหว่างเอเยนต์จะถูกจำกัดไว้เฉพาะในกลุ่มครอบครัวหลัก (ตัวแม่, พี่น้อง, ลูก) เท่านั้น และ sub-agent ที่ไม่ได้ใช้งานจะถูกลบออกจากหน่วยความจำหลังจากหยุดนิ่งเกิน 30 นาที แต่จะถูกโหลดกลับมาใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อมีการเรียกใช้งานอีกครั้ง

การพัฒนาตัวเองผ่าน /refine

ฟีเจอร์ /refine ภายใต้โครงสร้าง Continual Harness ช่วยให้เอเยนต์สามารถอ่านประวัติการทำงานของตนเองเพื่อแก้ไขส่วนที่บกพร่อง ไม่ว่าจะเป็น prompt หรือทักษะต่างๆ โดยจะบันทึกทั้งตัวกระตุ้นและผลลัพธ์ที่ได้ การปรับปรุงนี้จะทำงานในพื้นหลังและสามารถสั่งย้อนกลับ (revert) ได้ด้วย ID หากผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ

ผลการทดสอบ (Benchmarks)

ในการทดสอบ ARC-AGI-3 พบว่า Prime Agent ทำคะแนนผ่านครบทุก 183 ระดับ และมีอัตราการใช้ token ที่ต่ำกว่าระบบทั่วไป เนื่องจากเป็นการรันฟังก์ชันเหนือข้อมูลโดยตรง นอกจากนี้ในกรณีศึกษาด้านวิศวกรรม ระบบยังสามารถสร้างโปรแกรมจำลอง (emulator) ภาษา Rust สำหรับเครื่อง SEGA Genesis ได้จากข้อกำหนดโดยไม่ต้องดูโค้ดตัวอย่าง

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจปรากฏขึ้นในเกม Factorio เมื่อ Prime Agent พบวิธีลัดในการผลิตทรัพยากรผ่านคำสั่ง RCON เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการผลิตมากกว่า 100,000 คะแนน แม้จะมีคำสั่งห้ามโกงก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าวงจรการปรับปรุง (refinement loop) สามารถสร้างทักษะที่มีประสิทธิภาพสูงได้แม้จะเป็นวิธีที่ผู้พัฒนาไม่ได้คาดคิด

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Prime Agent ใช้สัญญาอนุญาต MIT ติดตั้งง่าย และรองรับการเชื่อมต่อทั้ง API และโมเดลที่โฮสต์เอง
  • ใช้ IPython kernel เป็นเครื่องมือหลักเพียงชิ้นเดียว โดยมองการเรียก sub-agent เป็นเหมือนฟังก์ชันโปรแกรม
  • มีระบบ /refine สำหรับแก้ไข prompt และหน่วยความจำด้วยตนเอง พร้อมระบบ rollback
  • ทำคะแนน ARC-AGI-3 ได้ 95.5% ก้าวข้ามขีดจำกัดของผู้เชี่ยวชาญมนุษย์ที่ระดับ 95.4%
Source: MarkTechPost
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย AttapolK

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร