Microsoft เปิดตัว Project Perception ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ยุค AI ด้วยระบบเอเจนท์อัจฉริยะ

เหตุใดความปลอดภัยจึงต้องการ Cyber Stack รูปแบบใหม่ — ขอแนะนำ Project Perception

เมื่อโลกความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ระบบอัตโนมัติสามารถใช้เหตุผลและปรับตัวได้ทุกวินาที ในขณะที่ต้นทุนการโจมตีลดลง แต่ปริมาณและความซับซ้อนของภัยคุกคามกลับเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ผู้โจมตีสามารถเจาะช่องโหว่และขยายขอบเขตการโจมตีได้รวดเร็วกว่าเดิม ทำให้วิธีการป้องกันแบบเดิมที่ใชัมนุษย์เป็นหลักไม่สามารถรับมือการโจมตีระดับความเร็วเครื่องจักร (machine-speed attacks) ได้อีกต่อไป

ความปลอดภัยในวันนี้จึงต้องการ Cyber Stack รูปแบบใหม่ ที่สามารถรับรู้ความเสี่ยงในทรัพย์สินดิจิทัลทั้งหมดได้อย่างต่อเนื่อง และดำเนินการด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร ระบบต้องเรียนรู้และปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงเพื่อนำหน้าภัยคุกคาม หัวใจสำคัญของระบบความปลอดภัยยุคถัดไปจะไม่ใช่เพียงการแจ้งเตือน (alerts) ให้มากขึ้น แต่คือความสามารถในการรับรู้ วิเคราะห์เหตุผล และตอบโต้อย่างไม่หยุดนิ่ง

วิสัยทัศน์ดังกล่าวกลายเป็นที่มาของ Project Perception ระบบความปลอดภัยแบบ agentic ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับความเป็นจริงในยุค AI โดยการเปลี่ยนสัญญาณ (signals) ให้เป็นการปกป้องแบบเรียลไทม์

Project Perception คือการรวมสัญญาณ บริบท โมเดล และเอเจนท์เฉพาะทางเข้าเป็นระบบป้องกันที่เรียนรู้ได้เอง สามารถจัดลำดับความสำคัญและตอบโต้อย่างรวดเร็ว โดยที่มนุษย์ยังคงควบคุมการทำงานได้อย่างมั่นใจผ่านเวิร์กโฟลว์รูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพ

ระบบนี้ใช้แนวคิดการประสานงานของเอเจนท์สามทีมประกอบด้วย Red team agents ทำหน้าที่หาจุดอ่อนก่อนถูกโจมตี Blue team agents คอยตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ และ Green team agents ที่ทำหน้าที่แก้ไขและเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบ ทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็นระบบวงจรปิด (closed-loop system) เพื่อรักษาความปลอดภัยขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

Diagram titled“Project Perception: Teams of agents.” Three interconnected agent teams are shown in a horizontal sequence: Red team agents, represented by a bug icon, simulate attacks; Blue team agents, represented by a shield icon, detect and triage threats; and Green team agents, represented by a wrench icon, fix and remediate issues. Plus signs between the teams indicate collaboration and coordination among the agent groups as part of a continuous cybersecurity workflow.

ประสิทธิภาพของ Project Perception มาจากความเชี่ยวชาญของ Microsoft ที่รวมสี่องค์ประกอบสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ ทัศนวิสัยที่ครอบคลุม (ทั่งตัวตน, อุปกรณ์, แอปพลิเคชัน, และคลาวด์), การดำเนินการที่ฉับไว, ประสบการณ์จากทีมงานระดับโลก และโมเดลที่ทรงพลัง

ความปลอดภัยคืองานที่ต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง องค์กรจึงต้องการการปกป้องที่สูงและคุ้มค่าในระยะยาว Project Perception จึงใช้สถาปัตยกรรมแบบหลายโมเดล (multi-model architecture) ที่เลือกใช้โมเดลที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละงาน เพื่อเพิ่มทั้งคุณภาพและประหยัดต้นทุน

ภายใต้กลยุทธ์ multi-model strategy นี้ Microsoft ได้นำนวัตกรรมอย่าง MAI-Cyber-1-Flash มาใช้บริหารจัดการช่องโหว่ซอฟต์แวร์ ซึ่งในระบบ MDASH พร้อม MAI-Cyber-1-Flash สามารถทำคะแนนบน CyberGym ได้สูงถึง 96% (สูงกว่า Mythos 12 จุด) และช่วยประหยัดต้นทุนเกือบ 50% เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานในปัจจุบัน โดยเตรียมจะเปิดให้ใช้งานแบบ public preview ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้

Cyber Stack ที่สร้างขึ้นเพื่อ Agentic Security

การส่งมอบความปลอดภัยระดับนี้ต้องใช้ Cyber Stack ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่เลเยอร์ล่างสุดคือ สัญญาณและเซนเซอร์ (Signals and sensors) ไปจนถึงบริบทด้านความปลอดภัย (Security context) ที่เปลี่ยนข้อมูลดิบให้เป็นความเข้าใจที่ประหยัดโทเคน (token-efficient)

จากนั้นโมเดล (Models) จะทำหน้าที่ใช้เหตุผล โดยมีฮาร์เนส (Harness) คอยประสานงาน ก่อนที่เอเจนท์ (Agents) และแอคทูเอเตอร์ (Actuators) จะนำความฉลาดนั้นไปลงมือปฏิบัติจริงเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง

Diagram titled “The New Cyber Stack” showing six layers of an AI-powered cybersecurity architecture. From bottom to top, the layers are: Signals and sensors (visibility across endpoints, identities, data, clouds, apps and AI); Context (continuously enriched intelligence providing operational context); Models (a multi-model approach for reasoning over threats); Harness (a framework that orchestrates agents and models); Agents (specialized red, blue and green team agents that continuously defend);

บริบทด้านความปลอดภัยที่สร้างขึ้นสำหรับ AI

หัวใจของการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพคือ "บริบท" Microsoft ได้เปลี่ยนทัศนวิสัยที่กว้างขวางให้กลายเป็นภาพแทนของทรัพย์สินและความเสี่ยงที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ทำให้เอเจนท์มีความเข้าใจสภาพแวดล้อมที่ตรงกันโดยไม่ต้องประมวลผลสัญญาณดิบซ้ำไปซ้ำมา ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดต้นทุนการดำเนินงานในวงกว้าง

Sankey-style diagram showing how security data moves from Sensors, Signals through Security Context to Models, Agents. Data sources including Microsoft Defender for Endpoint, Microsoft Entra ID, Microsoft Sentinel, Microsoft Defender, Azure Resource Manager, User & Entity Behavior Analytics, Exposure Management and Threat Intelligence feed into event and telemetry categories such as device, identity, alert, email, resource, behavior, exposure graph and red team operations data. These signals are

นอกจากนี้ Project Perception ยังใช้กลไกของแอคทูเอเตอร์ (actuators) เพื่อเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกให้เป็นการลงมือทำจริง โดยบูรณาการเข้ากับผลิตภัณฑ์ Microsoft Security อย่างแนบแน่น เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการทำงานอยู่บนพื้นฐานของ Responsible AI และการควบคุมด้านความปลอดภัยสูงสุดที่ลูกค้าไว้วางใจ

การรักษาความปลอดภัยคือการแข่งขันที่ไม่สิ้นสุด Project Perception คือก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ปกป้องมีระบบที่สามารถวิเคราะห์และตอบโต้ไปพร้อมกับพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Source: Microsoft Blog
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย SirilukP

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร