Sentry ทุ่ม 1 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนผู้ดูแลโปรเจกต์ Open Source
Sentry บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มตรวจสอบแอปพลิเคชันและติดตามข้อผิดพลาด ประกาศเพิ่มงบประมาณสนับสนุนทางการเงินประจำปีสำหรับผู้ดูแล Open Source เป็น 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 750,000 ดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา เพื่อตอบแทนชุมชนผู้พัฒนาที่เป็นรากฐานสำคัญของซอฟต์แวร์ทั่วโลก
เงินทุนดังกล่าวจะถูกกระจายไปยังนักพัฒนาหลายร้อยราย ซอฟต์แวร์ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ (dependencies) และองค์กรที่ดูแลโปรเจกต์ Open Source ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย โดย Sentry ระบุว่าบริษัทตระหนักถึงคุณค่าของซอฟต์แวร์เหล่านี้ และเชื่อว่าบริษัทที่นำไปใช้งานควรมีส่วนร่วมในการสนับสนุนผู้สร้างและผู้บำรุงรักษาอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการจัดสรรเงินในปีนี้ Sentry ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของ Open Source ในการพัฒนา AI โดยชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI ในปัจจุบันพึ่งพาเครื่องมือและไลบรารีเหล่านี้อย่างมาก ทำให้การบำรุงรักษาในระยะยาวมีความสำคัญยิ่งขึ้น โดยงบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดจำนวน 495,000 ดอลลาร์ ถูกส่งผ่าน thanks.dev เพื่อกระจายไปยังผู้ดูแลโดยตรง
นอกจากนี้บริษัทยังมอบเงิน 100,000 ดอลลาร์ผ่าน ecosyste.ms Funds เพื่อสนับสนุนแพ็กเกจสำคัญในภาษา Python, Django, Ruby, Rust, JavaScript และ Go พร้อมร่วมมือกับ Software Stewardship Lab เพื่อค้นหาและให้ทุนแก่ "phantom dependencies" หรือส่วนประกอบซอฟต์แวร์ที่มักถูกมองข้ามจากการวิเคราะห์แบบดั้งเดิมแม้จะมีการใช้งานอย่างหนักก็ตาม
ในส่วนขององค์กรและมูลนิธิ Sentry ได้จัดสรรเงินอีก 305,000 ดอลลาร์ โดยมี Python Software Foundation เป็นผู้รับรายใหญ่ที่สุดที่ 60,000 ดอลลาร์ ตามด้วย PHP Foundation 45,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Ruby Central และ Django Software Foundation ได้รับรายละ 40,000 ดอลลาร์ รวมถึงยังมีหน่วยงานอื่นๆ อย่าง Open Source Initiative, Rust Foundation และ Alpine Linux ที่ได้รับทุนสนับสนุนในครั้งนี้ด้วย
ทางด้านทีม Syntax ได้ช่วยกระจายงบอีก 100,000 ดอลลาร์ ให้แก่นักพัฒนาและโปรเจกต์เฉพาะทาง อาทิ FFmpeg, Jellyfin, FreeCAD, OBS และ pnpm รายละ 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งการประกาศครั้งนี้ยังประจวบเหมาะกับวันครบรอบ 2 ปีของ Open Source Pledge โครงการที่ Sentry ริเริ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจหันมาสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่พวกเขาต้องพึ่งพา
Sentry ทิ้งท้ายถึงความท้าทายด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของโครงการ Open Source เช่น Python Software Foundation ที่มีค่าบริการ AWS พุ่งสูงขึ้นถึง 69% จากปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงภาระงานที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาซอฟต์แวร์สมัยใหม่ บริษัทจึงต้องการสนับสนุนให้ธุรกิจอื่นๆ เข้าร่วมปฏิญญาเพื่อความยั่งยืนของระบบนิเวศซอฟต์แวร์ร่วมกัน
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู ประกาศอย่างเป็นทางการของ Sentry
Image credits: Sentry

ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น
สมัครสมาชิกมาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร
