นวัตกรรมเพื่อเด็ก: รพ.เด็กในฟิลาเดลเฟียใช้ Open Source NVIDIA AI สร้างแบบจำลองหัวใจ 3 มิติในไม่กี่วินาที

นวัตกรรมเพื่อเด็ก: รพ.เด็กในฟิลาเดลเฟียใช้ Open Source NVIDIA AI สร้างแบบจำลองหัวใจ 3 มิติในไม่กี่วินาที

Perplexity Portable Computer Is Now Available on Windows, Powered by NVIDIA RTX

Perplexity Portable Computer Is Now Available on Windows, Powered by NVIDIA RTX

โรงพยาบาลเด็กแห่งฟิลาเดลเฟีย (Children’s Hospital of Philadelphia หรือ CHOP) กำลังนำเครื่องมือ AI แบบโอเพนซอร์สมาใช้สร้างแบบจำลองหัวใจของเด็กภายในเวลาไม่กี่วินาที ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับความปลอดภัยและความแม่นยำในการรักษาผู้ป่วยเด็กที่มีอาการโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ปัจจุบันพบเด็กเกิดใหม่ประมาณ 1% ที่มีความบกพร่องของหัวใจแต่กำเนิด ซึ่งหัวใจของเด็กแต่ละคนจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันเลย สำหรับเด็กที่มีรูรั่วผนังกั้นหัวใจหรือความผิดปกติของลิ้นหัวใจ การรักษาจำเป็นต้องปรับให้เข้ากับกายวิภาคที่แม่นยำของเด็กคนนั้นๆ ซึ่งในอดีตอุปกรณ์ทางการแพทย์มักไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเด็กเฉพาะราย

"เรามีเด็กที่มีหัวใจหนึ่งเดียวในโลก แต่ต้องใช้อุปกรณ์สำเร็จรูปทั่วไป" Dr. Matthew Jolley อายุรแพทย์โรคหัวใจและนักวิจัยจาก CHOP กล่าว "หน้าที่ของเราคือการหาสิ่งที่เหมาะสมที่สุด และการสร้างแบบจำลองช่วยให้เราเตรียมตัวได้ดีขึ้นก่อนที่จะเริ่มกระบวนการในห้องสวนหัวใจหรือห้องผ่าตัด"

บริการสร้างแบบจำลองหัวใจของ CHOP พัฒนาขึ้นบน MONAI ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กสร้างภาพทางการแพทย์โอเพนซอร์สที่ร่วมก่อตั้งโดย NVIDIA ระบบจะดึงข้อมูลภาพสแกน CT, MRI และอัลตราซาวนด์ 3 มิติมาประมวลผลเป็นแบบจำลองหัวใจที่แม่นยำในเวลาไม่กี่วินาที จากเดิมที่นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญต้องใช้เวลาทำงานนานถึง 4 ชั่วโมง ปัจจุบันจึงรวดเร็วพอสำหรับการใช้งานทางคลินิกตามปกติ

แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีนี้กำลังขยายตัวไปทั่วสหรัฐอเมริกา โดยโรงพยาบาลเด็กกว่า 20 แห่งเริ่มมีโปรแกรมสร้างแบบจำลองหัวใจแล้ว เช่นที่โรงพยาบาลเด็กบอสตันมีการใช้แบบจำลองสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจมากกว่า 500 เคสต่อปี ขณะที่ CHOP คาดว่าจะขยายการใช้งานผ่าน IDEA Lab ไปสู่สาขาวิชาอื่นๆ เพิ่มเติม

ในช่วงแรกการสร้างแบบจำลองหัวใจเด็กทำได้ยากเนื่องจากกายวิภาคที่เล็กและซับซ้อน ห้องแล็บของ Dr. Jolley จึงร่วมมือกับชุมชนโอเพนซอร์สพัฒนา SlicerHeart ซึ่งเป็นส่วนขยายของซอฟต์แวร์ 3D Slicer เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ 3 มิติ และนำ Machine Learning มาช่วยยกระดับกระบวนการทำงาน

การใช้ MONAI Label และ Auto3DSeg ของ NVIDIA ช่วยให้ทีมฝึกฝนเครือข่ายการแบ่งส่วนภาพ (segmentation networks) จนได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกับผู้เชี่ยวชาญ แต่ทำได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที Dr. Jolley ระบุว่า Machine Learning ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถฝึกโมเดลและนำไปใช้งานจริงได้ทันทีที่มีข้อมูล

ผลกระทบทางคลินิกนั้นชัดเจนมาก โดยเฉพาะในรายที่มีความบกพร่องของผนังกั้นห้องหัวใจส่วนล่างที่ซับซ้อน (ventricular septal defects) ตัวอย่างเช่นเด็กรายหนึ่งที่เคยผ่าตัดล้มเหลวมาสองครั้งเพราะหาตำแหน่งรูรั่วไม่พบ แต่แบบจำลอง 3 มิติช่วยให้ศัลยแพทย์เห็นกายวิภาคชัดเจนและซ่อมแซมสำเร็จในการลองครั้งแรก จนปัจจุบันการสร้างแบบจำลองหัวใจได้กลายเป็นมาตรฐานการดูแลรักษา (standard of care) ของที่นี่ไปแล้ว

นอกจากความสวยงามของภาพ ทีมงานยังต้องการเข้าใจว่าเนื้อเยื่อและอุปกรณ์จะตอบสนองอย่างไรเมื่ออยู่ในร่างกายจริง จึงได้นำ Newton ซึ่งเป็นเอนจิ้นฟิสิกส์โอเพนซอร์สที่รันบนเฟรมเวิร์ก NVIDIA Warp มาใช้จำลองคุณสมบัติทางชีวกลศาสตร์ (biomechanics) แบบเรียลไทม์ผ่านพลังประมวลผลของ GPU

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เปรียบเทียบอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อหาขนาดที่พอดีกับหัวใจเด็กแต่ละคนได้รวดเร็วทันใจภายในวันเดียว นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาตัวเชื่อมต่อผ่าน NVIDIA Omniverse และ OpenUSD เพื่อนำการจำลองไปสู่สภาพแวดล้อม Virtual Reality และใช้ vision-language models (VLMs) ช่วยให้แพทย์โต้ตอบกับกายวิภาคหัวใจผ่านคำสั่งเสียงที่เป็นธรรมชาติได้ เนื่องจากโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดเป็นกลุ่มประชากรที่น้อยเกินกว่าจะดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ โอเพนซอร์สจึงเป็นทางออกที่สำคัญ ความร่วมมือระหว่างสถาบันชั้นนำอย่าง Stanford, Boston Children’s และ CHOP ผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ NVIDIA ช่วยให้โรงพยาบาลเด็กเข้าถึงเครื่องมือระดับโลกได้โดยไม่มีอุปสรรคทางเศรษฐกิจ เพื่อมอบอนาคตที่ดีกว่าให้กับผู้ป่วยเด็กทั่วโลก

เรียนรู้ว่า MONAI กำลังช่วยพัฒนา AI ภาพถ่ายทางการแพทย์อย่างไร

Source: NVIDIA Blog
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย AttapolK

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร