Rune แปลงโฉมสู่ Open Source พร้อมโมเดลแบ่งรายได้ให้ผู้ร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์
Rune ได้ประกาศ ทิ้งตัวตนเดิม จากซอฟต์แวร์แบบมีเจ้าของ (proprietary) เพื่อก้าวเข้าสู่โลกโอเพนซอร์สอย่างเต็มตัวภายใต้สัญญาอนุญาต GPLv3 โดยเปิดให้นักพัฒนาทั่วไปสามารถโคลน อ่าน หรือนำไปต่อยอดได้ทาง GitHub ซึ่งรวมถึง การ commit ล่าสุดที่ระบุถึงการเปลี่ยนผ่านสัญญาอนุญาตอย่างเป็นทางการ
ทีมพัฒนายังตัดสินใจคงประวัติการทำงาน (commit history) ส่วนใหญ่ไว้ ซึ่งสามารถ ย้อนกลับไปได้ถึงปี 2017 แม้จะมีบางช่วงที่ขาดหายไปบ้างก็ตาม การเปิดเผยประวัติเช่นนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะโดยปกติโปรเจกต์ที่เปลี่ยนเป็นโอเพนซอร์สมักจะทำการบีบอัด (squash) ประวัติทิ้งก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลลับหรือส่วนที่ละเอียดอ่อนหลุดรอดไปยังสาธารณะ
สำหรับข้อมูลเบื้องต้น Rune คือ IDE สำหรับ Linux และ macOS ที่ออกแบบมาให้ครบจบในที่เดียว ทั้งการเขียนและ Debug โค้ด การรัน Terminal และเครื่องมือ CLI รวมถึงรองรับการทำงานร่วมกับ AI Coding Agent เพื่อช่วยจัดการงานบางส่วนให้โดยอัตโนมัติ
ตัวซอฟต์แวร์พัฒนาขึ้นด้วยภาษา Go ซึ่งทางทีมงานได้ยืนยันประสิทธิภาพด้วยผลทดสอบ vtebench ที่ชี้ให้เห็นว่า Terminal ของ Rune สามารถทำความเร็วได้เทียบเท่ากับเครื่องมือยอดนิยมอย่าง Alacritty, Ghostty และ Kitty โดยนี่ไม่ใช่การวัดความเร็วของตัวภาษา แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการพัฒนาที่ก้าวหน้าไปมากของ IDE ตัวนี้
ปัจจุบันทีมงานกำลังเร่งขยายการรองรับภาษาอื่นๆ เพิ่มเติมจาก Go และ Python โดยล่าสุดภาษา Rust และ Zig ได้เข้าสู่สถานะ Beta บนสาขาหลัก (main) แล้ว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักพัฒนาภายนอกเข้ามาดูแลภาษาที่ตนเองสนใจเพิ่มเติมได้
แม้ Rune จะเป็น IDE ที่ใช้งานได้ฟรี แต่ก็มี แผนบริการแบบชำระเงิน สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึง P2P Rune Network การสนับสนุนระดับพรีเมียม และฟีเจอร์พิเศษที่ปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานในระดับองค์กรโดยเฉพาะ
การเลือกเส้นทาง open source

การใช้สัญญาอนุญาต GPLV3 ทำให้ผู้ร่วมพัฒนาสามารถรักษาลิขสิทธิ์ในส่วนที่ตนเองสร้างขึ้นได้ โดยบริษัทผู้พัฒนาเดิมอย่าง Unstable Build LLC จะไม่มีสิทธิพิเศษในการเปลี่ยนสัญญาอนุญาตในภายหลัง นอกจากนี้ยังมีการยกเลิกข้อกำหนดให้นักพัฒนาต้องเซ็นชื่อใน CLA (Contributor License Agreement) แบบเดิมออกไปด้วย
Ernest Romero Climent ผู้สร้าง Rune ระบุว่าเขาไม่เห็นด้วยกับแนวทางของบริษัทบางแห่งในวงการโอเพนซอร์ส ที่มักใช้ชุมชนสร้างโปรเจกต์ขึ้นมาจนมีมูลค่า แล้วจึงเปลี่ยนสัญญาอนุญาตเพื่อหาผลประโยชน์ในภายหลัง เพื่อแก้ปัญหานี้ Rune จึงเสนอโมเดล การจ่ายเงินให้กับผู้ร่วมพัฒนา ผ่านระบบเครดิตแบบสมัครใจ โดยผลงานที่ได้รับการยอมรับจะได้รับแต้มเครดิต ซึ่งจะถูกนำไปใช้คำนวณส่วนแบ่งรายได้จากบริการของบริษัทเข้าสู่กองกลางเพื่อแบ่งจ่ายให้กับนักพัฒนาตามสัดส่วนที่ถือครอง
รายละเอียดทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ในสมุดบัญชีสาธารณะ (public ledger) เพื่อความโปร่งใส ทั้งรายได้รวม การหักค่าใช้จ่าย การ มอบเครดิต และวิธีการ คำนวณการจ่ายเงิน ในแต่ละรอบ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้เป็นเพียงทางเลือกเท่านั้น นักพัฒนายังคงสามารถส่ง Patch เข้ามาช่วยปรับปรุงโปรเจกต์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมโปรแกรมแบ่งรายได้นี้
**บทความแนะนำ 📖: **openEuler และ การแข่งขันเพื่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน AI ของเอเชีย

ถูกใจการอัปเดตนี้ไหม? สนับสนุนการรายงานข่าว Linux อิสระ
It's FOSS ได้ช่วยเหลือผู้คนในการใช้ Linux มาตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้เราคงความเป็นอิสระจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ร่วมเป็นสมาชิก Plus เพลิดเพลินกับการอ่านแบบไม่มีโฆษณา และรับ eBook 5 เล่ม
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น
สมัครสมาชิกมาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร
