Samsung จับมือ Verizon โชว์ความสำเร็จทดสอบ ISAC บนเครือข่ายเสมือนจริง ปูทางสู่ยุค 6G

· By: NatapolK

Samsung Electronics และ Verizon ประสบความสำเร็จในการทดสอบ Integrated Sensing and Communication (ISAC) ในงานรวมพลแฟนบอลระดับนานาชาติขนาดใหญ่ที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยให้เกิดอัจฉริยะภาพจากการตรวจจับข้อมูลแบบเรียลไทม์บนเครือข่ายเสมือนจริง (Virtualized Network)

ความสำเร็จสำคัญในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการนำเทคโนโลยีหลักสำหรับ 6G มาใช้งานจริงเป็นครั้งแรกๆ ของอุตสาหกรรม แสดงให้เห็นว่าผู้ให้บริการเครือข่ายกำลังใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรับรู้ เข้าใจ และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดไปไกลกว่าการเชื่อมต่อแบบเดิม

การทดสอบภาคสนามที่ก้าวล้ำนี้ตอกย้ำคุณค่าของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Samsung และ Verizon โดยทาง Verizon ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเครือข่ายเสมือนจริงเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้เป็นผู้นำในการติดตั้ง virtualized RAN (vRAN) ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และขุมพลังของ AI

การดำเนินการดังกล่าวได้วางรากฐานสำหรับแพลตฟอร์มที่พร้อมรองรับเทคโนโลยี 6G ซึ่งจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแนวคิดการใช้งานเชิงทดลองไปสู่การพิสูจน์ผลลัพธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเน้นย้ำถึงความยืดหยุ่นของ vRAN จาก Samsung ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถนำความสามารถใหม่อย่าง ISAC มาใช้ได้ทันทีผ่านเครือข่ายเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่เดิม

ในการทดสอบครั้งนี้ Samsung ได้ผสานรวม AI-powered vRAN และ vCore เชิงพาณิชย์เข้ากับแอปพลิเคชัน ISAC โดยติดตั้งบน Network in a Server (NIS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม edge-AI แบบ end-to-end ที่รวมฟังก์ชันเครือข่ายและการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว (accelerated compute) ไว้ในเซิร์ฟเวอร์เพียงเครื่องเดียว ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อ 5G ได้โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม

หน่วยวิทยุ CBRS1 ที่ใช้คลื่นความถี่ 40 MHz บนสถานีฐานเคลื่อนที่ (Cell-On-Wheels) ของ Verizon ทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณตรวจจับ (sensing receiver) เพื่อดักจับการเปลี่ยนแปลงของช่องสัญญาณจากอุปกรณ์ 5G จากนั้น NIS ของ Samsung จะวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อสร้างแผนที่ความร้อน (crowd density heatmap) แสดงความหนาแน่นและการเคลื่อนไหวของผู้คนในเวลาใกล้เคียงปัจจุบันมากที่สุด2

ระบบ ISAC ใช้สัญญาณไร้สายเป็นฐานการตรวจจับเพื่อระบุพื้นที่แออัดภายในสถานที่จัดงานโดยอัตโนมัติ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถในการตรวจจับนี้ช่วยยกระดับการจัดการงานและประสบการณ์ของผู้เข้าชมได้ในหลายมิติ ดังนี้:

  • ผู้เข้าร่วมงาน: สามารถค้นหาสิ่งอำนวยความสะดวกหรือร้านอาหารที่แออัดน้อยกว่า ช่วยลดเวลารอคอยและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง
  • ผู้จัดงาน: ได้รับข้อมูลการกระจายตัวของฝูงชนแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากรและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว
  • หน่วยงานรักษาความปลอดภัย: ตรวจพบความเสี่ยงล่วงหน้า เช่น สภาวะฝูงชนหนาแน่นเกินไป ช่วยให้เข้าระงับเหตุและควบคุมสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยสาธารณะได้อย่างทันท่วงที

ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงการทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ของ Samsung และการวิจัยขั้นสูงเพื่อเร่งการพัฒนาสู่ 6G ผ่านซอฟต์แวร์ vRAN บนแพลตฟอร์ม edge-AI NIS และโซลูชัน ISAC ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อันล้ำสมัยจาก Samsung Research America (SRA)

Yago Tenorio ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Verizon ระบุว่ากลยุทธ์ของบริษัทมุ่งเน้นการสร้างเครือข่าย AI-native ที่มอบมูลค่าจริงแก่ลูกค้า โดยการลงทุนในสถาปัตยกรรม vRAN ที่ยืดหยุ่นช่วยให้สามารถทดสอบแนวคิดก้าวล้ำอย่าง ISAC ได้บนโครงสร้างพื้นฐานเดิม ซึ่งเครือข่ายแห่งอนาคตจะทำได้มากกว่าแค่การส่งข้อมูล แต่จะรับรู้และโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมได้จริง

ด้าน Ji-Yun Seol รองประธานบริหารจาก Samsung Electronics เสริมว่าการนำ AI-powered vRAN มาใช้ตั้งแต่เนิ่นๆ ของ Verizon ได้วางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการก้าวสู่ยุค 6G ปลดล็อกศักยภาพใหม่ๆ ที่จะทำให้บริการและอุปกรณ์ต่างๆ บรรจบกันบนเครือข่ายยุคหน้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ขณะที่ Charlie Zhang รองประธานบริหารของ Samsung Research America ชี้ว่าการทดสอบนี้คือการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในการผสาน AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย เพื่อเพิ่มทั้งความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และประสบการณ์การใช้งาน ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นในการข้ามขีดจำกัดของเครือข่ายไร้สายยุคใหม่

ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้ง Verizon 6G Innovation Forum Samsung ยังคงมุ่งมั่นสำรวจกรณีการใช้งานใหม่ๆ และร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 6G ต่อไป

ปัจจุบัน Samsung Networks เป็นผู้นำในการนำเสนอโซลูชัน 5G แบบครบวงจร ตั้งแต่ชิปเซ็ตไปจนถึงคอร์เครือข่าย และกำลังผลักดันอุตสาหกรรมไปสู่ 6G ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุม ทั้ง vRAN, Open RAN, AI RAN และเครื่องมืออัตโนมัติอย่าง CognitiV NOS เพื่อมอบการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัดแก่ผู้ใช้ทั่วโลก


  1. Citizen Broadband Radio Service ซึ่งเป็นย่านความถี่กว้าง 150 MHz ของย่าน 3.5 GHz ในสหรัฐอเมริกา
  2. การสาธิตการตรวจจับฝูงชนจะวัดความหนาแน่นของฝูงชน ซึ่งเป็นจำนวนคนในพื้นที่ที่กำหนด ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่มีการระบุตัวตนของผู้ใช้หรือวัตถุเป็นรายบุคคล ไม่มีการดึงข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของบุคคลแต่อย่างใด
Source: Samsung Newsroom
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย NatapolK
An image of the ISAC system

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร