เทียบประสิทธิภาพเกม Windows 7 vs Windows 11 บนคอมพิวเตอร์สเปกแรง
แม้ Windows 7 จะเปิดตัวมาแล้วถึง 17 ปี แต่ผลการทดสอบล่าสุดบนพีซีสมัยใหม่ที่ใช้ซีพียู Ryzen 7 9800X3D และการ์ดจอ Radeon RX 6950 XT แสดงให้เห็นว่าระบบปฏิบัติการรุ่นเก่ายังมีจุดแข็งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในสภาวะที่เกิดคอขวดที่ซีพียู (CPU-limited) ซึ่ง Windows 7 ให้ค่า 1% Lows ที่นิ่งกว่าและเฟรมเรตเฉลี่ยที่สูงกว่าในบางเกม
ในการติดตั้ง Windows 7 บนฮาร์ดแวร์ยุคใหม่มีความท้าทายสูง เนื่องจากขาดการรองรับไดรเวอร์พื้นฐานอย่าง NVMe และ USB 3.0 ทำให้ต้องมีการปรับแต่งไฟล์ติดตั้ง (Slipstream) และการเปิดใช้งาน CSM ใน BIOS เพื่อให้ระบบสามารถบูตได้ รวมถึงการใช้ไดรเวอร์การ์ดจอ AMD เวอร์ชันสุดท้ายที่ยังรองรับระบบปฏิบัติการนี้อยู่
ผลการทดสอบเกม DirectX 9 อย่าง Batman: Arkham Asylum และ Borderlands 2 พบว่า Windows 7 ทำคะแนนทิ้งห่าง Windows 11 อย่างชัดเจน เนื่องจากไม่ต้องผ่านเลเยอร์แปลงคำสั่ง D3D9On12 เหมือนในระบบใหม่ ส่งผลให้การทำงานแบบ Native มีประสิทธิภาพสูงกว่าในความละเอียดระดับ 1080p และ 1440p
อย่างไรก็ตาม Windows 11 จะกลับมาได้เปรียบเมื่อเข้าสู่สภาวะที่ข้อจำกัดอยู่ที่การ์ดจอ (GPU-limited) เช่น การเล่นเกมที่ความละเอียด 4K หรือเกมยุคใหม่อย่าง Control และ Hitman 2 เนื่องจากมีฐานโครงสร้างไดรเวอร์ที่ทันสมัยกว่าและการจัดการทรัพยากรกราฟิกที่ดีกว่าในภาพรวม
บทสรุปชี้ให้เห็นว่าความลื่นไหลของ Windows 7 มาจากตัวระบบที่เบากว่าและมีกระบวนการทำงานเบื้องหลังน้อยกว่า แม้จะปิดฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่าง VBS บน Windows 11 แล้วก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ Microsoft ควรนำไปปรับปรุงให้ระบบปฏิบัติการปัจจุบันมีความกระชับและลดภาระของซีพียูลงในอนาคต

































ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น
สมัครสมาชิกมาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร
