Fedora ปะทะ Windows 11: ผลทดสอบด้วยหุ่นยนต์ชี้ Linux แรงกว่าในเกือบทุกด้าน

PhoneBuff ยูทูบเบอร์ชื่อดังที่เชี่ยวชาญด้านการรีวิวสมาร์ทโฟนผ่านห้องแล็บมาตรฐานด้วยแขนกลอัจฉริยะ บน YouTube channel ของพวกเขาประกอบไปด้วยการทดสอบที่หลากหลาย ทั้งความเร็ว การตกกระแทก และความอึดของแบตเตอรี่
ล่าสุดพวกเขาได้ตอบรับคำขอจากผู้ชมที่ต้องการเห็นการประชันประสิทธิภาพกับระบบปฏิบัติการ Linux หลังจากที่เคยนำเสนอการเทียบชั้นระหว่าง Dell XPS 13 และ MacBook Neo ไปก่อนหน้านี้
การทดสอบครั้งนี้ใช้โน้ตบุ๊ก Dell XPS 13 สองเครื่องที่มีสเปกเดียวกันทุกประการ โดยติดตั้งหน่วยประมวลผล Intel Core 5 320 และ RAM 8GB เครื่องหนึ่งรันบน Windows 11 และอีกเครื่องรันบน Fedora ทีมงานได้กำหนดเวิร์กโฟลว์การใช้งานจริงที่เหมือนกันและควบคุมการทำงานด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดหุ่นยนต์ หรือที่เรียกว่า clanker เพื่อความแม่นยำระดับวินาที
เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลง ผลปรากฏว่า Fedora คว้าชัยชนะไปได้ถึง 6 จาก 11 รายการ ในขณะที่อีก 4 รายการเสมอกัน ส่วน Windows 11 สามารถเอาชนะไปได้เพียงรายการเดียวเท่านั้น
Fedora vs. Windows 11 บนฮาร์ดแวร์เดียวกัน เพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรม ทีมงานได้ควบคุมปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด ตั้งแต่ความสว่างหน้าจอที่ 200 nits ระยะห่างจากจุดปล่อยสัญญาณ WiFi ไปจนถึงอุณหภูมิห้อง โดยการทดสอบแต่ละรายการจะรันซ้ำ 3 ถึง 5 ครั้ง และบันทึกค่า median (มัธยฐาน) เป็นผลลัพธ์หลัก
ในการทดสอบเบื้องต้น การ Boot เครื่องจากสถานะปิดสนิททำเวลาได้ใกล้เคียงกันมาก โดย Windows ใช้เวลา 23 วินาที และ Fedora ใช้ 24 วินาที แต่จุดที่เห็นความต่างชัดเจนคือการ Restart ซึ่ง Fedora ทำเวลาได้คงที่เฉลี่ย 27 วินาที ในขณะที่ Windows ใช้เวลานานถึง 61 วินาที โดยบางครั้งใช้เวลาพุ่งสูงไปถึง 68 วินาที
ประสิทธิภาพการจัดการไฟล์คือจุดที่ต่างกันมากที่สุด การแตกไฟล์ zip ขนาด 6GB บน Fedora ใช้เวลาเพียง 12 วินาทีเท่านั้น ส่วน Windows Explorer ต้องใช้เวลาถึง 57 วินาที และต่อให้ติดตั้งเครื่องมือเสริมอย่าง 7-Zip ก็ยังทำเวลาได้เพียง 17.4 วินาที ซึ่งยังช้ากว่า Linux อยู่ดี
ผลลัพธ์ที่อาจสร้างความหนักใจให้ Microsoft คือการทดสอบบน VS Code โดยหุ่นยนต์จำลองการโหลดโปรเจกต์โอเพนซอร์ส สแกนหาข้อผิดพลาด คอมไพล์ และรันการทดสอบเกือบ 1,900 รายการ ซึ่ง Fedora ทำเสร็จในเวลา 2:20.5 นาที ส่วน Windows 11 ตามหลังอยู่ที่ 3:41.99 นาที



ที่มา: PhoneBuff
ในส่วนของสายงานสร้างสรรค์ (Creative Apps) ผลลัพธ์ก็ไปในทิศทางเดียวกัน โดยโปรแกรม DaVinci Resolve ใช้เวลาในการประมวลผลและส่งออกวิดีโอเพียง 2:10.9 นาทีบน Fedora เทียบกับ 2:49.9 นาทีบน Windows ขณะที่การแต่งภาพ 4K ด้วย GIMP ทางฝั่ง Linux ก็ทำเวลาได้เร็วกว่าประมาณ 7 วินาที
สำหรับการใช้งานทั่วไปส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยผลเสมอ เช่น การรัน Google Chrome ที่มีทั้งวิดีโอและโมเดล 3D ซึ่งทำเวลาได้ 19.3 และ 19.8 วินาทีตามลำดับ เช่นเดียวกับการเปิดเอกสาร 500 หน้าใน ONLYOFFICE และการเรนเดอร์ Blender ที่ทำผลงานได้สูสีกันมาก
การใช้หน่วยความจำขณะว่าง (Idle RAM) คือช่องว่างขนาดใหญ่ที่เห็นได้ชัด เมื่อปล่อยเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ 1 นาที Fedora ใช้ RAM ไปเพียง 32.9% (ประมาณ 2.27GB) จากทั้งหมด 8GB ในขณะที่ Windows 11 กินทรัพยากรไปถึง 85.2% (ประมาณ 6.47GB)
ชัยชนะเพียงหนึ่งเดียวของ Windows 11 คือการเปิดเกม Cyberpunk 2077 ซึ่งเร็วกว่า Fedora ประมาณ 2.7 วินาที อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงความเร็วในการเข้าสู่เกมเท่านั้น ไม่ใช่การทดสอบเฟรมเรตหรือประสิทธิภาพขณะเล่นเกมจริงแต่อย่างใด
ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร?

ที่มา: PhoneBuff
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ควรถูกพิจารณาในฐานะชุดข้อมูลหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากยังไม่มีการทดสอบในส่วนของงานด้าน AI หรือเกณฑ์มาตรฐานการเล่นเกมที่ครอบคลุม นอกจากนี้ PhoneBuff ยังระบุว่า Fedora เป็นเพียงหนึ่งใน Linux distros จำนวนมาก ซึ่งประสบการณ์บน desktop environment รูปแบบอื่นอาจให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป
สำหรับประเด็นเรื่อง RAM ที่ Windows ใช้สูงกว่ามากนั้น ส่วนหนึ่งมาจากภาระงานเบื้องหลัง (Background services) ที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่ต้น เช่น เครื่องมือของ Dell, Microsoft Defender และ Edge WebView2 ในขณะที่ Fedora เริ่มต้นระบบด้วยภาระงานที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยสรุปแล้ว การทดสอบทั้ง 11 รายการยืนยันได้ว่า Fedora สามารถจัดการงานหนักได้รวดเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่งานทั่วไปทำได้สูสีกัน และมีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องการประหยัดทรัพยากรเครื่องเมื่อเทียบกับ Windows 11

ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น
สมัครสมาชิกมาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร
