DeepSeek เปิดตัว DeepSeek-V4-Flash-0731 อัปเกรดประสิทธิภาพ Agentic และงานโค้ดแบบก้าวกระโดด

DeepSeek เปิดตัว DeepSeek-V4-Flash-0731 อัปเกรดประสิทธิภาพ Agentic และงานโค้ดแบบก้าวกระโดด

DeepSeek ประกาศเผยแพร่ DeepSeek-V4-Flash-0731 บนแพลตฟอร์ม Hugging Face พร้อมย้าย V4-Flash API เข้าสู่ช่วง Public Beta อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 โดยระบุว่านี่คือเวอร์ชันเสถียรที่เข้ามาแทนที่ตัว Preview เดิม ซึ่งยังคงใช้สถาปัตยกรรมและขนาดโมเดลเท่าเดิม แต่ได้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการทำ Re-post-training ใหม่ทั้งหมด

ตัว Checkpoint นี้มาพร้อมกับโมดูล DSpark Speculative Decoding ในตัว ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างของ DeepSeek-V4-Flash-DSpark โดยทาง Hugging Face รายงานว่ามีพารามิเตอร์รวม 304B สำหรับ Repository นี้ ซึ่งเป็นการรวมโมดูล Draft เข้ากับฐานพารามิเตอร์หลักขนาด 284B

ในส่วนของ API นั้น deepseek-v4-flash รองรับรูปแบบ Responses API แบบ Native และได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับ Codex ขณะที่ V4-Pro API รวมถึงแอปพลิเคชันบนเว็บยังไม่มีการอัปเดตในรอบนี้

สามารถนำไปใช้งานจริงได้หรือไม่?

คำตอบคือ ได้ แต่มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันชัดเจน 2 ทาง:

การใช้งานผ่าน API: ถือเป็นทางเลือกที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย โดย หน้าการตั้งราคาของ DeepSeek ระบุราคาของ deepseek-v4-flash ไว้ที่เพียง $0.14 ต่อ 1 ล้าน Input Tokens (กรณี Cache Miss) และ $0.28 ต่อ 1 ล้าน Output Tokens ซึ่งถูกกว่ารุ่น deepseek-v4-pro ถึงสามเท่า ช่วยให้นักพัฒนาอิสระและสตาร์ทอัพสามารถรัน Agent Loops ได้ในราคาประหยัด

การโฮสต์ใช้งานเอง (Self-hosting): มีเกณฑ์ความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ที่สูงกว่ามาก แม้จะใช้สัญญาอนุญาตแบบ MIT ที่เปิดกว้าง แต่เนื่องจาก Experts ทุกตัวจะค้างอยู่ในหน่วยความจำตลอดเวลา ทำให้ต้องการ VRAM/RAM รวมกันสูงถึง 110 GB สำหรับการรันแบบ 3-bit การใช้งานลักษณะนี้จึงเหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีคลัสเตอร์ GPU หรือเวิร์กสเตชันสเปกสูงเท่านั้น

สถาปัตยกรรมทางเทคนิค

อ้างอิงตาม รายงานทางเทคนิคของ DeepSeek-V4 รุ่น V4-Flash เป็นโมเดล Mixture-of-Experts (MoE) ขนาด 284B พารามิเตอร์ โดยจะมีการเปิดใช้งานจริงเพียง 13B ต่อ Token และรองรับ Context Window สูงถึง 1 ล้าน Token

โมเดลนี้ใช้กลไก Attention แบบไฮบริดที่รวมเอา Compressed Sparse Attention (CSA) และ Heavily Compressed Attention (HCA) เข้าด้วยกัน พร้อมใช้ Manifold-Constrained Hyper-Connections (mHC) แทนการเชื่อมต่อแบบเดิม การฝึกฝนขั้น Pre-training ใช้โทเค็นมากกว่า 32T และปรับแต่งด้วย Muon Optimizer เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ผลการทดสอบประสิทธิภาพ (Benchmarks)

ข้อมูลอ้างอิงจาก DeepSeek สำหรับโมเดลเวอร์ชัน 0731:

BenchmarkV4-Flash-0731V4-Flash (Preview)V4-Pro (Preview)GLM-5.2Opus-4.8
Terminal Bench 2.182.761.872.181.085.0
NL2Repo54.239.438.548.969.7
Cybergym76.738.752.783.1
DeepSWE54.47.312.846.258.0
Toolathlon-Verified70.349.755.959.976.2
Agents’ Last Exam25.215.816.523.825.7
AutomationBench Public25.110.812.812.927.2

ประเด็นสำคัญคือผลทดสอบด้าน Code Agent ถูกรันผ่าน DeepSeek Harness โหมด Minimal ซึ่งยังไม่เปิดให้ใช้งานทั่วไป และคะแนนเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อมการทดสอบที่แตกต่างกัน

การให้บริการ (Serving)

ผู้ใช้งานสามารถเปิดทำงาน DSpark ผ่าน vLLM ได้ด้วยคำสั่งเพียงบรรทัดเดียว:

--speculative-config '{"method":"dspark","num_speculative_tokens":7,"draft_sample_method":"greedy"}'

จาก งานวิจัย DSpark พบว่าวิธีนี้ช่วยเพิ่มความเร็วในการสร้างข้อความได้ถึง 60–85% เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน

สำหรับการตั้งค่า DeepSeek แนะนำให้ใช้ temperature = 1.0 และ top_p = 0.95 สำหรับงานด้าน Agentic โดยโมเดลรองรับการปรับระดับ reasoning_effort ได้ 3 ระดับ (Low, High, Max) และสามารถส่ง Output ได้สูงสุดถึง 384K Tokens ในระดับสูงสุด

บทสรุปของ DeepSeek-V4-Flash

  • ประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดมาจากกระบวนการ Post-training โดยใช้โครงสร้าง 284B/13B เดิม
  • ทำคะแนนชนะ V4-Pro (Preview) ในทุกการทดสอบด้าน Agentic แต่มีต้นทุนถูกกว่าถึง 3 เท่า
  • สัญญาอนุญาตแบบ MIT ช่วยให้ธุรกิจนำไปปรับใช้เชิงพาณิชย์แบบ On-premise ได้ทันที
  • การโฮสต์เองต้องใช้ทรัพยากรสูง (RAM ~110 GB สำหรับ 3-bit) จึงควรพิจารณาความพร้อมของฮาร์ดแวร์ก่อนใช้งาน
Source: MarkTechPost
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย NatapolK

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร