ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรวมพลังก่อตั้ง Open Secure AI Alliance ยกระดับความปลอดภัย AI ด้วยโอเพนซอร์ส

ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สถือเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเป็นรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ตั้งแต่คลาวด์คอมพิวติ้ง บริการทางการเงิน ไปจนถึงหน่วยงานรัฐบาล การเปิดให้ชุมชนผู้เชี่ยวชาญเข้าถึงและตรวจสอบเทคโนโลยีได้ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบ
ปัจจุบันระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้กลายเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนารูปแบบโอเพนซอร์ส โดยโครงการ Open Secure AI Alliance ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ Akrites ภายใต้ Linux Foundation’s และชุมชน OpenSSF ในการแก้ไขและเปิดเผยช่องโหว่ผ่านเทคโนโลยีแบบเปิด
ในขณะที่ความปลอดภัยของ AI กำลังเป็นประเด็นสำคัญ สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรกำลังเผชิญกับทางเลือกระหว่างการใช้ระบบป้องกันที่ไม่โปร่งใส หรือการสร้างระบบบนโมเดลและเครื่องมือแบบเปิดที่ฝ่ายป้องกันทุกคนสามารถศึกษาและปรับใช้งานได้จริง เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ
โลกจำเป็นต้องมีทั้งระบบปิดและ open models ทำงานขนานกันไป เนื่องจากระบบเปิดช่วยกระจายความสามารถในการป้องกันให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น (Democratize) และสร้างความโปร่งใสให้กับฝ่ายป้องกัน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องจุดล้มเหลวเพียงจุดเดียว (Single Point of Failure) ผ่านการควบคุมแบบกระจายศูนย์โดยชุมชน
แม้ open models อาจมีความเสี่ยงจากการถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระบบเปิดเท่านั้น เหตุการณ์ Hugging Face security incident เมื่อเร็วๆ นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายป้องกันต้องการระบบ AI ที่เป็นระบบเปิดและล้ำสมัย เพื่อวิเคราะห์และตอบโต้การโจมตีได้อย่างรวดเร็วบนโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง
ภารกิจของ Open Secure AI Alliance คือการทำให้มั่นใจว่าฝ่ายป้องกันในทุกภาคส่วนจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่ล้ำสมัยและควบคุมได้ โดยมีกลุ่มพันธมิตรก่อตั้งที่เป็นผู้นำระดับโลก อาทิ NVIDIA, Microsoft, IBM, CrowdStrike, HPE, Red Hat และ Elastic เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีปกป้องซอฟต์แวร์ในยุค AI
การวิจัยแบบเปิดช่วยยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์และความปลอดภัยของ AI
ความมั่นคงของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เฉพาะตัวโมเดล แต่ต้องครอบคลุมทั้งระบบ (Stack) ตั้งแต่การระบุตัวตน การจัดการสิทธิ์ ไปจนถึงการเก็บบันทึกข้อมูล (Logs) ซึ่ง NVIDIA กำลังมีบทบาทสำคัญด้วยการบริจาคโครงการโอเพนซอร์สใหม่ชื่อ NVIDIA Labs Object-Oriented Agent (NOOA) ให้กับพันธมิตรเพื่อใช้พัฒนา AI Agent ที่ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ สมาชิกในกลุ่มยังได้นำเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อความปลอดภัย เช่น HPE สนับสนุน SPIFFE/SPIRE สำหรับความปลอดภัยแบบ Zero-trust ทางด้าน Hugging Face ได้เสนอ Safetensors ซึ่งเป็นรูปแบบไฟล์จัดเก็บ Model Weights ที่ปลอดภัย และ SpaceXAI ได้เปิดซอร์สเครื่องมือ Grok Build เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการเขียนโค้ดด้วย AI
ทางโครงการยังได้เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายตระหนักว่าระบบ AI แบบเปิดคือสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่ภาระความรับผิด การจำกัดระบบแบบเปิดอาจส่งผลเสียต่อขีดความสามารถในการป้องกันและนำไปสู่การผูกขาดอำนาจโดยผู้ให้บริการเพียงไม่กี่ราย โดยเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างอนาคตของ AI ที่แข็งแกร่งและเปิดกว้างสำหรับทุกคน
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น
สมัครสมาชิกมาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร
