รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์เริ่มแผนถอยห่าง Microsoft เตรียมย้ายคอมพิวเตอร์ 3,000 เครื่องสู่โอเพนซอร์ส

รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์เริ่มแผนถอยห่าง Microsoft เตรียมย้ายคอมพิวเตอร์ 3,000 เครื่องสู่โอเพนซอร์ส

รัฐบาลกลางของสวิตเซอร์แลนด์ประกาศเปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อทดแทนการใช้งาน Microsoft 365 ด้วยซอฟต์แวร์ทางเลือกแบบโอเพนซอร์ส (Open Source) บนเวิร์กสเตชันจำนวน 3,000 เครื่อง หรือคิดเป็นประมาณ 7% ของบุคลากรภาครัฐทั้งหมด โดยตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการเปลี่ยนผ่านในระยะแรกนี้ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2027

การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากความสำเร็จในการทดสอบพิสูจน์แนวคิด (Proof-of-Concept) และการบังคับใช้กฎหมายอธิปไตยทางดิจิทัลฉบับใหม่ ขณะเดียวกัน กองทัพสวิตเซอร์แลนด์เองก็ได้เริ่มดำเนินการเปลี่ยนผ่านระบบในรูปแบบเร่งด่วนแยกต่างหากไปก่อนหน้านี้แล้ว

การย้ายระบบครั้งใหญ่เข้าสู่ช่วงนำร่อง

สำนักเลขาธิการรัฐบาลกลาง (Federal Chancellery) เตรียมทุ่มงบประมาณลงทุน 9 ล้านฟรังก์สวิส (CHF) เพื่อติดตั้งระบบงานแบบโอเพนซอร์สให้กับพนักงานรัฐบาลกลางกลุ่มนำร่อง 3,000 คน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 สภาแห่งรัฐ (Federal Council) ได้เปิดเผยผลลัพธ์ของโครงการ "PoC BOSS" ซึ่งเป็นการทดสอบเบื้องต้นกับพนักงาน 172 คนที่ได้ทดลองใช้งานชุดซอฟต์แวร์ openDesk แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันแบบโอเพนซอร์สจากเยอรมนี

ผลการประเมินพบว่างานสำนักงานหลัก เช่น การทำเอกสารและอีเมล ได้รับผลตอบรับในเชิงบวก แม้ว่าระบบการประชุมผ่านวิดีโอขนาดใหญ่จะยังคงมีข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการอยู่บ้างก็ตาม ซึ่งความสำเร็จจากการทดสอบในกลุ่มเล็กนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้ขยายโครงการสู่กลุ่มพนักงาน 3,000 คนในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนำร่องนี้ระบบใหม่จะทำงานควบคู่ไปกับ Microsoft 365 เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและลดผลกระทบต่อการทำงาน ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ รัฐบาลมีแผนจะขยายผลไปยังเวิร์กสเตชันที่เหลือทั้งหมดกว่า 54,000 เครื่องในอนาคต

ทำไมต้องเลิกใช้ Microsoft?

Matthias Stürmer ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งกรุงเบิร์น (BFH) วิเคราะห์ว่าการที่ภาครัฐพึ่งพา Microsoft มากเกินไปส่งผลให้เกิดปัญหาสำคัญ 3 ประการ ประการแรกคือความเสี่ยงด้านความมั่นคง เนื่องจากกฎหมายคลาวด์ของสหรัฐฯ อาจเปิดทางให้รัฐบาลต่างชาติเข้าถึงข้อมูลของรัฐบาลสวิสได้

ประการที่สองคือความต่อเนื่องในการรับบริการ การพึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียวจากต่างประเทศทำให้เกิดความเสี่ยงในการดำเนินงานที่ไม่อาจควบคุมได้ และประการสุดท้ายคือปัญหาค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้น จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (Licensing) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยที่รัฐบาลไม่มีอำนาจต่อรองราคา

กองทัพสวิสเร่งปรับตัวล่วงหน้า

หน่วยรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของกองทัพสวิตเซอร์แลนด์ (Cyber Command) ตัดสินใจไม่รอผลการทดสอบจากฝั่งพลเรือน โดยประกาศ พร้อมแล้ว ที่จะเปลี่ยนผ่านจาก Microsoft 365 ไปสู่ openDesk ทั้งหมดภายในเดือนตุลาคม 2026 เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของกองทัพตกอยู่ในความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยรัฐบาลต่างชาติ

ส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ

การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ กฎหมาย EMBAG ที่เริ่มบังคับใช้ในปี 2024 ซึ่งกำหนดให้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยรัฐบาลต้องเป็นโอเพนซอร์ส เพื่อส่งเสริมอธิปไตยทางดิจิทัลและนวัตกรรมภายในภาครัฐ

ต่อมาใน ธันวาคม 2025 สภาแห่งรัฐได้ตอกย้ำนโยบายอธิปไตยทางดิจิทัล โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสามารถปฏิบัติภารกิจสำคัญได้โดยไม่ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์จากภายนอก ซึ่งถือเป็นการลดบทบาทของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ เช่นเดียวกับที่ฝรั่งเศสและ เยอรมนี กำลังดำเนินการ

แม้ทาง Microsoft จะพยายามโต้กลับด้วยการ ลงทุนกว่า 325 ล้านฟรังก์สวิสเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในสวิตเซอร์แลนด์เพื่อลดข้อกังวลเรื่องอธิปไตย แต่ทิศทางปัจจุบันของรัฐบาลสวิสถือเป็นสัญญาณบวกอย่างมากสำหรับผู้ที่สนับสนุนการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทั่วโลก

ที่มา: RTS

รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์เริ่มแผนถอยห่าง Microsoft เตรียมย้ายคอมพิวเตอร์ 3,000 เครื่องสู่โอเพนซอร์ส

Source: It's FOSS
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย SirilukP

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก
  • SystemD_Solutions

    Cool!