เผยผลวิจัย 2 ปีชี้ การสั่งห้ามใช้ AI ในห้องเรียนกลับทำให้ผลการเรียนนักศึกษาแย่ลง

ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายใช้เวลาสองปีในการทดสอบว่าการสั่งห้ามใช้ AI, การใช้งานโดยไม่มีคำแนะนำ และการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ ส่งผลต่อประสิทธิภาพของนักศึกษาอย่างไร ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ Thibault Schrepel ผู้วิจัยจาก Vrije Universiteit Amsterdam ถึงกับยอมรับว่า "ผมคิดผิดไปแล้ว" หลังจากพบว่ากลุ่มที่ไม่ใช้ AI จบในอันดับสุดท้ายตลอดทั้งสองปี ซึ่งตรงข้ามกับสมมติฐานเดิมที่เชื่อว่า AI ที่ไม่มีการนำทางจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ในการทดสอบนี้ Schrepel ได้สุ่มแบ่งนักศึกษาในหลักสูตร "Law of AI" ออกเป็นสามกลุ่มเพื่อทำโจทย์เดียวกันคือการปรับปรุงข้อกำหนดของ EU AI Act ภายในเวลา 20 นาที กลุ่มแรกถูกสั่งห้ามใช้ ChatGPT โดยเด็ดขาด กลุ่มที่สองสามารถใช้คำแนะนำจาก AI ได้โดยไม่มีการสอนวิธีใช้ และกลุ่มที่สามได้รับการฝึกอบรมด้าน Legal prompt engineering รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้น

การทดลองนี้ครอบคลุมนักศึกษา 66 คนในปี 2024 และเพิ่มเป็น 164 คนในปี 2025 โดยทุกคนต้องทำทั้งข้อสอบปรนัยและข้อสอบแบบนำกลับไปทำที่บ้าน (take-home exam) เพื่อประเมินทักษะการแก้ไขข้อกำหนดทางกฎหมายในมิติต่างๆ ทั้งความชัดเจน นวัตกรรม และความถูกต้องของเนื้อหา

กลุ่มที่ไม่มี AI เผชิญภาวะไอเดียตันอย่างรวดเร็ว

ผลการสังเกตพบว่ากลุ่มที่ไม่ใช้ AI มักทำการแก้ไขเพียงจุดเล็กๆ เช่น การเรียบเรียงถ้อยคำใหม่หรือตัดส่วนที่ซ้ำซ้อน แต่มีน้อยกลุ่มที่สามารถปรับปรุงเนื้อหาเชิงลึกได้ หลังจากผ่านไป 10-15 นาที หลายกลุ่มเริ่มหมดไอเดีย ซึ่ง Schrepel เรียกว่า "ความเหนื่อยล้าทางความคิด" (idea exhaustion) แม้ว่าการไม่มี AI จะช่วยให้เกิดการอภิปรายในกลุ่มที่ลึกซึ้งขึ้นก็ตาม

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มที่สองที่ใช้ AI โดยไม่มีคำแนะนำมักยอมรับข้อเสนอของบอททันทีเพียงเพราะมัน "ฟังดูดีกว่า" โดยไม่ได้เข้าใจนัยทางกฎหมายอย่างถ่องแท้ นักศึกษาบางคนเลือกใช้คำตามที่ AI แนะนำแม้จะเป็นคำที่ผิดหรือไร้ความเกี่ยวข้องทางกฎหมาย ส่วนกลุ่มที่สามที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นกลุ่มเดียวที่มีการโต้ตอบกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ มีการทดสอบการใช้ถ้อยคำที่หลากหลายและเจาะลึกประเด็นสำคัญของงานได้อย่างแม่นยำ

ความได้เปรียบจากการฝึกอบรมลดลงในปีที่สอง

แม้กลุ่มที่ได้รับการฝึกอบรมจะทำคะแนนได้สูงโด่งในปี 2024 แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2025 ช่องว่างของคะแนนระหว่างกลุ่มที่ใช้ AI ทั้งสองแบบกลับลดลงจนเกือบเท่ากัน Schrepel ให้เหตุผลในเรื่องนี้ ว่าอาจเกิดจากนักศึกษามีความคุ้นเคยกับแชทบอทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้การฝึกอบรมแบบเป็นทางการมีผลลัพธ์น้อยลงกว่าปีก่อน แต่เขายังย้ำว่าการสอนเรื่องจริยธรรมและความรับผิดชอบทางกฎหมายยังคงเป็นสิ่งจำเป็น

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ยังคงที่คือกลุ่มที่ถูกห้ามใช้ AI ยังคงได้คะแนนรั้งท้ายทั้งสองปี การสั่งห้าม AI จึงส่งผลลัพธ์โดยเฉลี่ยที่แย่กว่าการอนุญาตให้ใช้ ไม่ว่าความได้เปรียบนั้นจะมาจากทักษะส่วนตัวหรือการฝึกอบรมระบบก็ตาม ซึ่งประสิทธิภาพของกลุ่มที่ใช้ AI โดยไม่มีการแนะนำนั้นน่าประหลาดใจเป็นพิเศษ เพราะพวกเขาสามารถเรียนรู้จุดอ่อนของ AI ได้เองผ่านการใช้งานจริงและทำคะแนนได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้ AI เล็กน้อย

สมมติฐานของผู้เขียนที่ถูกหักล้าง

Schrepel ยอมรับว่าเขาต้องละทิ้งความเชื่อเดิมที่ว่า AI จะช่วยได้เฉพาะเมื่อมีการฝึกอบรมที่มีโครงสร้างเท่านั้น และหากไม่มีการสอนก็ไม่ควรนำมาใช้ในห้องเรียน การเพิกเฉยต่อการสอน AI คือการเสียโอกาสครั้งสำคัญ แต่มันไม่ได้สร้างความเสียหายต่อระบบการศึกษาอย่างที่หลายคนกังวล

ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยจึงควรทบทวนนโยบายการสั่งห้ามใช้ AI แบบครอบคลุม และเปิดโอกาสให้ผู้สอนได้ทดลองแนวทางใหม่ๆ รวมถึงการลงทุนฝึกทักษะ AI ให้กับคณาจารย์ นอกจากนี้ยังเสนอให้ปรับรูปแบบวิทยานิพนธ์และการทบทวนวรรณกรรมแบบเดิมที่ AI สามารถทำได้ในเวลาไม่กี่นาที ให้กลายเป็นการเน้นงานเชิงปฏิบัติหรือการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณเป็นส่วนหนึ่งของเกรดแทน

ในขณะที่สถาบันอย่าง UC Berkeley Law ยังคง สั่งห้ามใช้ AI จากงานที่ให้คะแนนเกือบทั้งหมด โดยเชื่อว่านักศึกษาต้องมีทักษะการคิดพื้นฐานก่อน แต่ผลวิจัยของ Schrepel กลับชี้ให้เห็นว่าการกีดกันเทคโนโลยีนี้ออกไปอาจเป็นการบั่นทอนศักยภาพของนักศึกษามากกว่า

แม้การศึกษานี้จะมีข้อจำกัดเรื่องขนาดกลุ่มตัวอย่างที่อาจมีความรู้เทคโนโลยีสูงกว่าปกติ แต่ประเด็นสำคัญที่น่าติดตามคือ AI มักมีผลกระทบมากที่สุดต่องานที่ไม่มีการควบคุม โดย การศึกษาของ UC Berkeley อีกชิ้นพบว่าเกรด A ในวิชาเขียนโปรแกรมพุ่งสูงขึ้น 13% หลังการมาของ ChatGPT ในขณะที่ การศึกษาจากจีน กับนักศึกษากว่า 26,000 คน ระบุว่า AI ช่วยให้คะแนนการบ้านดีขึ้น แต่คะแนนสอบกลับลดลงถึง 24% ซึ่งสะท้อนว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นเมื่อ AI เข้ามาแทนที่การคิดเองแทนที่จะเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุน

Source: The Decoder
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย AttapolK
Image description

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร