Anthropic แฉกลุ่มแฮ็กเกอร์ใช้ Claude พัฒนาขีปนาวุธ-โดรนกามิกาเซ่ พร้อมพบแล็บจีนแอบสูบข้อมูลเทรนโมเดล

ประเด็นสำคัญ

รายงานฉบับใหม่จาก Anthropic เผยแพร่ข้อมูลที่น่ากังวลเกี่ยวกับโมเดล AI ตระกูล Claude ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อการจารกรรม การสอดแนม และการพัฒนาอาวุธ โดยพบว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ได้ใช้ AI เขียนมัลแวร์ใหม่โดยอัตโนมัติเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ขณะที่บางกลุ่มใช้เขียนโค้ดสำหรับซอฟต์แวร์ควบคุมขีปนาวุธและโดรนพลีชีพแบบอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ของจีน อาทิ Alibaba และ DeepSeek ได้ดำเนินการผ่านเครือข่ายแฝงเพื่อดึงข้อมูลการฝึกฝนจาก Claude ในระดับสเกลใหญ่ หรือแอบเปลี่ยนเส้นทางคำขอของลูกค้าตนเองมาประมวลผลที่ Claude แทน โดยพบว่ามีข้อมูลละเอียดอ่อนอย่างข้อมูลการสอดแนมของรัฐบาลถูกรวมอยู่ในการประมวลผลเหล่านี้ด้วย

ในส่วนของการวิจัยด้านชีววิทยา Anthropic ยอมรับว่าตัวกรองความปลอดภัยเริ่มถึงขีดจำกัด เนื่องจากเป็นการยากที่จะแยกแยะเจตนาที่แท้จริงของผู้ใช้ ทำให้บริษัทต้องยกระดับมาตรการป้องกันที่เข้มงวดขึ้นในโมเดลรุ่นใหม่ และเรียกร้องให้มีการจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ใช้งานที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วเท่านั้น

รายงานภัยคุกคามฉบับล่าสุดของ Anthropic บันทึกประวัติการละเมิดการใช้งาน Claude เป็นเวลา 8 เดือน ครอบคลุมทั้งการจารกรรม การสอดแนมระดับประเทศ การพัฒนาซอฟต์แวร์อาวุธ และการกลั่นกรองข้อมูล (distillation) โดยห้องแล็บ AI ของจีน

threat intelligence report ของ Anthropic ซึ่งเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 ถึงสิงหาคม 2026 ได้แบ่งการใช้งานในทางที่ผิดออกเป็น 7 ประเภทหลัก ได้แก่ ปฏิบัติการทางไซเบอร์, ปฏิบัติการอิทธิพล, การสอดแนม, การฉ้อโกง, การนำไปใช้ในทางที่ผิดด้านชีวภาพ, อาวุธตามแบบแผน และการกลั่นกรองโมเดลโดยไม่ได้รับอนุญาต

โมเดลกลุ่ม Haiku, Sonnet และ Opus คือเป้าหมายหลักที่ได้รับผลกระทบ ในขณะที่โมเดลรุ่นใหม่อย่าง Fable และ Mythos พบกรณีการกลั่นกรองข้อมูลเพียงครั้งเดียว โดย Anthropic เน้นย้ำว่าบริษัทเลือกที่จะบันทึกเฉพาะรูปแบบการใช้งานในทางที่ผิดที่เกิดขึ้นใหม่และมีความซับซ้อนมากกว่ารูปแบบทั่วไป

ข้อค้นพบสำคัญระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องอาศัยแฮ็กเกอร์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงอีกต่อไป เนื่องจาก AI ช่วยให้การสร้างเครื่องมือโจมตี การหาช่องโหว่ และการขโมยข้อมูลสามารถทำได้แบบคู่ขนานด้วยความเร็วสูง ทำให้เป้าหมายที่เคยดูไม่คุ้มค่าในอดีต กลายเป็นเป้าหมายที่ผู้โจมตีดำเนินการได้ง่ายขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

มัลแวร์ที่สร้างตัวเองใหม่เมื่อถูกเครื่องมือแอนตี้ไวรัสตรวจพบ

Anthropic ได้ติดตามกลุ่มจารกรรมที่ใช้ภาษารัสเซียชื่อ GTG-20006 ซึ่งใช้เอเจนต์ AI คอยตรวจสอบว่ามัลแวร์ที่ใช้อยู่ถูกตรวจพบโดยซอฟต์แวร์ความปลอดภัยหรือไม่ หากตรวจพบ เอเจนต์จะเขียนโค้ดและคอมไพล์มัลแวร์ขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติจนกว่าจะเล็ดลอดการตรวจจับได้อีกครั้ง สิ่งนี้ทำให้การสร้างลายเซ็นการตรวจจับ (signatures) แบบเดิมไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะผู้โจมตีสามารถปรับเปลี่ยนโค้ดได้เร็วกว่าการออกอัปเดตความปลอดภัย

มีองค์กรมากกว่า 20 แห่งถูกโจมตีด้วยวิธีนี้ ซึ่งรวมถึงกระทรวง หน่วยข่าวกรอง และผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะในยูเครนและยุโรป มีการขโมย SDK สำหรับระบบวิชันของโดรน และการโจมตีผ่านบุคคลที่สาม เช่น บริการ Wi-Fi ในโรงแรมเพื่อฝังมัลแวร์ในอุปกรณ์ของแขก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ Microsoft เรียกว่า CaptiveCrunch

นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม ShinyHunters (GTG-50014) ที่เน้นการขุดข้อมูลประจำตัวระดับอุตสาหกรรม โดยใช้ AI ประเมินสภาพแวดล้อมและดำเนินการซ้ำๆ เพื่อถอดรหัสแอป Android กว่า 1.8 ล้านแอปเพื่อค้นหาความลับที่ฝังอยู่ในโค้ด ซึ่งแฮ็กเกอร์บางรายยอมรับว่าใช้วิธีนี้เพื่อรวบรวมเงินรางวัลจาก HackerOne และใช้รีดไถเงินจากบริษัทต่างๆ

ห้องแล็บจีนส่งต่อคำขอของลูกค้าตัวเองไปยัง Claude

ในส่วนของการกลั่นกรองข้อมูล (distillation) พบว่าห้องแล็บในจีน 7 แห่งใช้แคมเปญลับระดับอุตสาหกรรมเพื่อสกัดความสามารถของ Claude โดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านเครือข่ายบัญชีปลอมและ API key ที่ขโมยมา แคมเปญที่ใหญ่ที่สุดมาจากทีม Qwen ของ Alibaba (GTG-16005) ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลมากกว่า 151 ล้านครั้งเพื่อนำไปใช้ fine-tuning โมเดล Qwen รุ่น 3.5 ถึง 3.7

กรณีที่น่าสนใจคือ Moonshot AI (GTG-16002) แอบส่งต่อคำขอจากลูกค้าที่ใช้โมเดล Kimi เกือบ 300,000 รายไปยัง Claude ผ่านบัญชีปลอม ขณะที่ DeepSeek (GTG-16001) ก็มีการเปลี่ยนเส้นทางคำขอของผู้ใช้บางรายไปยัง Claude Opus รวมกว่า 12.1 ล้านครั้งในเวลาเพียง 14 วัน

จากการตรวจสอบพบว่า มีคำขอหนึ่งที่น่าจะเกี่ยวข้องกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ที่ใช้ AI วิเคราะห์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดหลายร้อยตัวในเฉิงตู รวมถึงสถานที่ของกองทัพ นอกจากนี้ยังมีคำขอผ่าน DeepSeek ที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย และระบบจัดการคดีของสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะของจีนที่ใช้จับคู่โปรไฟล์การเคลื่อนไหวกับบันทึกของตำรวจ

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Xiaomi (GTG-16008) ก็ถูกระบุว่านำบทสนทนาจากผู้ใช้โมเดล MiMo ของตนมาเล่นซ้ำผ่าน Claude เพื่อสร้างข้อมูลฝึกฝน ซึ่งพบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลของคนหลายร้อยคนหลุดรอดไปด้วย ส่วน Zhipu (Z.ai) ได้ใช้เครื่องมืออัตโนมัติแปลงร่องรอยการให้เหตุผล (CoT) ของ Claude เพื่อฝึกฝนโมเดล GLM-5.3 ในงานด้านไซเบอร์ โดยจงใจเลือกใช้โมเดลรุ่นที่ประเมินว่ามีการป้องกันอ่อนแอกว่า

การสอดแนมในฐานะแรงงานวิศวกรรมหลัก

ในด้านการสอดแนม พบกรณีเด่นในประเทศมาลีที่มีการใช้ Claude พัฒนาแพลตฟอร์ม "Lakana 360" เพื่อเฝ้าติดตามซิมการ์ดกว่า 25 ล้านใบ ระบบนี้สามารถระบุตัวตนบุคคลด้วยเสียงแม้จะสลับซิมการ์ด ติดตามการใช้ VPN และเชื่อมโยงข้อมูลกับทะเบียนราษฎรชีวมิติได้ แม้ Anthropic จะระงับบัญชีไป แต่ก็ส่งผลกระทบเพียงงานพัฒนาเท่านั้น เนื่องจากระบบถูกนำไปรันบนเซิร์ฟเวอร์ท้องถิ่นแล้ว เช่นเดียวกับในอิหร่านที่อ้างว่าใช้เทคโนโลยีที่คล้ายกันจัดทำโปรไฟล์ประชาชนได้กว่า 6,000 คนในหนึ่งปี

บทแรกว่าด้วยอาวุธตามแบบแผน

Anthropic บันทึกกรณีการใช้อาวุธเป็นครั้งแรก โดยกลุ่มในเยเมนตอนเหนือ (GTG-87001) ใช้ Claude Code แทนวิศวกรซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาระบบควบคุมและการนำทาง (GNC) สำหรับโครงการขีปนาวุธ 3 โครงการ ซึ่งมีระยะยิงไกลกว่า 2,000 กิโลเมตร โดยมีการกระจายงานหลายเซสชันเพื่อปกปิดเจตนา

นอกจากนี้ยังพบกลุ่มอิสระชาวรัสเซีย (GTG-27005) พัฒนาฝูงโดรนพลีชีพ FPV แบบอัตโนมัติที่ติดตั้ง AI ภายในเพื่อเล็งเป้าหมายสังหารบุคคลได้เองโดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุม (no human in the loop) โดยใช้ฟุตเทจการสู้รบจริงจากยูเครนมาฝึกฝนระบบจำแนกภาพ ขณะที่ในจีนพบโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการระบุเป้าหมาย 12 แห่งในไต้หวัน

ชีววิทยา: Anthropic อธิบายขีดจำกัดของตัวกรองของตนเอง

ในด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ Anthropic พบ 5 กรณีที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ Claude ในโปรเจกต์ที่อาจเป็นอันตราย เช่น งานเพิ่มสมรรถนะ (gain-of-function) ของไวรัสชิกุนกุนยา แม้ระบบจะบล็อกบางคำขอได้ แต่ผู้ใช้ก็สร้างระบบสำรองเพื่อส่งคำขอที่ถูกปฏิเสธไปยังโมเดลของคู่แข่งแทน โดยให้ Claude เป็นผู้เขียนโค้ดสำหรับระบบส่งต่อเหล่านั้นด้วยตัวเอง

ข้อสรุปจากเหตุการณ์ทั้งหมดคือ มาตรการป้องกันแบบเดิมไม่สามารถแยกแยะเจตนาที่แท้จริงในงานที่มีลักษณะ dual-use (ใช้ได้ทั้งประโยชน์และโทษ) ได้อย่างแม่นยำ Anthropic จึงได้เปิดตัวโมเดล Claude Fable 5 ที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และพัฒนาระบบ "ความคิดที่ถูกเก็บรักษาไว้" (preserved thinking) เพื่อป้องกันการปรับแต่งบริบทโดยมิชอบ พร้อมระบุว่าทางออกที่ปลอดภัยที่สุดคือการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลด้านชีววิทยาเฉพาะผู้ใช้งานที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์แล้วเท่านั้น

Source: The Decoder
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย SirilukP
Image description

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร