Intel หุ้นดิ่ง 30% ฉุดมูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์หาย 1 ล้านล้านดอลลาร์
หุ้นของ Intel ดิ่งลงถึง 30% ภายในวันเดียว คิดเป็นมูลค่าตลาดที่หายไปเกือบ 150,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท สาเหตุหลักมาจากคาดการณ์ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง โดยเฉพาะกลุ่ม Client Computing Group (CCPG) ที่คาดว่ายอดขายจะลดลงมากกว่า 20% ซึ่งกลุ่มนี้เป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยดัชนี PHLX Semiconductor Sector Index (SOX) ร่วงลงกว่า 9% ทำให้มูลค่าตลาดโดยรวมของบริษัทชิปหายไปรวมกันประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ บริษัทใหญ่อย่าง Arm, AMD และ Qualcomm ต่างได้รับผลกระทบหุ้นร่วงเกิน 12%
ขณะที่ Nvidia แม้หุ้นจะลดลงเพียง 5.66% แต่คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 270,000 ล้านดอลลาร์
ความกังวลของนักลงทุนขยายตัวไปถึงผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์และยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์ เช่น Dell และ HPE ที่ราคาหุ้นตกลงตามกัน เนื่องจากเริ่มมีการตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความยั่งยืนของการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ประกอบกับปัญหาต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาและความต้องการพีซีในระยะยาวถึงปี 2027
อย่างไรก็ตาม Apple กลับได้รับผลกระทบน้อยมากโดยหุ้นลดลงเพียง 1.66% นักวิเคราะห์มองว่ารูปแบบธุรกิจของ Apple ที่ควบคุมทั้งการออกแบบชิปและผลิตภัณฑ์ปลายทางเองมีความยืดหยุ่นกว่า Intel ที่เน้นขายชิปให้ผู้ผลิตพีซีรายอื่น นอกจากนี้วงจรการเปลี่ยนเครื่องของ iPhone ยังมีความแตกต่างจากตลาดพีซี ทำให้ Apple รอดพ้นจากภาวะการเทขายครั้งใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีครั้งนี้ไปได้


ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น
สมัครสมาชิกมาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร
