Jensen Huang ลั่นยุค AI มาถึงแล้ว ‘เราจะรู้และทำได้ทุกอย่าง’

Jensen Huang ลั่นยุค AI มาถึงแล้ว ‘เราจะรู้และทำได้ทุกอย่าง’

รู้ทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่าง

นี่คือข้อความสำคัญที่ Jensen Huang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NVIDIA นำมาสื่อสารในงาน Salesforce Dreamforce เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเขาได้ร่วมเวทีกับ Marc Benioff ซีอีโอของ Salesforce ในวาระการเปิดตัว Koa ซึ่งเป็นโมเดลการให้เหตุผล (Reasoning Model) สำหรับระบบ CRM ตัวแรกของ Salesforce ที่สร้างขึ้นบน NVIDIA Nemotron 3 Super

การปรากฏตัวของ Huang ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะเขาเลือกเดินลงไปหาผู้ชมใน Moscone Center พร้อมไมโครโฟนในมือ โดยมี Benioff เดินเคียงข้าง “พวกเราทุกคนกำลังเดินตามคุณอยู่ครับพี่ชาย” Benioff กล่าวกับ Huang ซึ่งเรียกเสียงปรบมือดังสนั่นจากผู้เข้าชม

“ในอดีต ไฟฟ้าเคยขับเคลื่อนทุกสิ่ง ส่วนอินเทอร์เน็ตทำให้เราค้นหาทุกอย่างได้ และในวันนี้ ปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ทำให้เราสามารถรู้ทุกอย่างและทำได้ทุกอย่าง” Huang กล่าวเปรียบเทียบถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุคต่างๆ

วิสัยทัศน์ดังกล่าวนำไปสู่การประกาศสำคัญของ Salesforce ที่พัฒนาโมเดลการให้เหตุผลตัวแรกผ่านกระบวนการ Post-training บน NVIDIA Nemotron 3 Super โดยใช้ชุดข้อมูลสังเคราะห์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ ซึ่งรวบรวมจากข้อมูลการติดตั้ง CRM ขององค์กรมาอย่างยาวนานเกือบสามทศวรรษ

ความปลอดภัยของ AI (AI Safety)

เมื่อ Benioff ถามถึงประเด็นความปลอดภัยของ AI ทาง Huang ได้ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ความปลอดภัยคืองานอันดับหนึ่งและเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในหลายมิติ แต่มันคือปัญหาทางวิศวกรรมที่ต้องแก้ไขก่อนปล่อยผลิตภัณฑ์

“หากคุณสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการแล้วยังไม่มั่นใจในฟังก์ชัน ความสามารถ หรือความปลอดภัยของมัน ก็อย่าเพิ่งปล่อยออกมา” Huang ย้ำ พร้อมเสริมว่านวัตกรรมกับความปลอดภัยไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องแลกอย่างใดอย่างหนึ่ง (Trade-off) แต่บริษัทสามารถมีทั้งคู่ได้ด้วยการบริหารจัดการที่ถูกต้อง หากรู้สึกว่าเริ่มควบคุมไม่ได้ก็ควรหยุดพักเพื่อตรวจสอบให้มั่นใจ

ตลอดการสนทนา Huang ได้แสดงมุมมองเชิงบวกต่ออนาคต โดยเขาคัดค้านแนวคิดที่ว่า AI จะทำให้ยุคซอฟต์แวร์สิ้นสุดลงหรือเป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งงาน ในทางกลับกัน เขาเชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพจนขีดจำกัดมีเพียงแค่ท้องฟ้า (The sky’s the limit) และกระตุ้นให้ทุกคนเริ่มใช้งาน AI เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“ทุกบริษัท ทุกองค์กร และทุกประเทศจะกลายเป็นบริษัท AI และมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ (Agentic Enterprise)” Huang กล่าวเสริม ซึ่งทาง Benioff ก็เห็นพ้องว่าเทคโนโลยีนี้จะมอบพลังใหม่ๆ ให้กับเหล่า Trailblazers หรือกลุ่มลูกค้านักพัฒนาของบริษัท เนื่องจาก NVIDIA Nemotron เป็นโมเดลแบบเปิด (Open Model) Salesforce จึงสามารถนำมาปรับแต่ง (Fine-tune) และรันภายในโครงสร้างพื้นฐานของตนเองได้ทั้งหมด ทำให้ Salesforce ควบคุมค่าน้ำหนัก (Weights) ของโมเดลได้โดยตรง และที่สำคัญคือไม่มีข้อมูลลูกค้าแม้แต่ไบต์เดียวที่ถูกนำไปใช้ในกระบวนการฝึกฝนหรือประมวลผล

Huang อธิบายเพิ่มเติมว่าปัจจุบันโมเดลแบบเปิดมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 30% ในปีที่แล้ว มาเป็น 70% ในปัจจุบัน แม้โมเดลแบบปิดจะยังมีการใช้งานเพิ่มขึ้น แต่บริษัทซอฟต์แวร์ต่างๆ ก็เริ่มสร้าง AI ที่กำหนดเองมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ NVIDIA เองก็ใช้งาน Salesforce ในแทบทุกแผนก และกำลังทดลองใช้ Agentforce ในเวิร์กโฟลว์สนับสนุนลูกค้าเช่นกัน

โมเดล Koa ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิค Supervised Fine-tuning และ Reinforcement Learning ผ่านเครื่องมืออย่าง NVIDIA NeMo RL, NeMo Gym และ NeMo AutoModel โดยใช้ชุดข้อมูลที่ครอบคลุมสถานการณ์จำลองขององค์กรในกว่า 14 อุตสาหกรรม ตั้งแต่การเงินไปจนถึงการแพทย์

ผลการทดสอบ CRM Bench ของ Salesforce พบว่า Koa มีประสิทธิภาพทัดเทียมหรือสูงกว่าโมเดลชั้นนำในการจัดการงาน CRM เช่น การอัปเดตโอกาสการขายหรือการส่งต่อเคส โดยมีข้อผิดพลาดน้อยกว่าเดิมถึง 3 เท่า

พร้อมใช้งานแล้วในปัจจุบัน

ขณะนี้ Salesforce เริ่มนำ Koa มาใช้งานเป็นการภายในเพื่อขับเคลื่อนเอเจนต์สำหรับพนักงานใน Slack แล้ว และเตรียมเปิดให้ลูกค้ากลุ่มทดสอบ (Customer Pilots) เริ่มใช้งานในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ดังอย่าง Formula 1, UChicago Medicine และ Xero โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการทั่วไป (General Availability) ในสหรัฐฯ ช่วงต้นปี 2026

Source: NVIDIA Blog
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย NatapolK

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร