สรุปสถานะ Open Model ปี 2026: เมื่อค่ายจีนและฮาร์ดแวร์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำรายใหม่

ในโลกของ AI เวลาดูเหมือนจะถูกบีบอัดให้สั้นลง เพียงไม่กี่เดือนหลังจาก spring report ของเรา การวิเคราะห์ระบบนิเวศในช่วงครึ่งปีแรกจนถึงฤดูร้อนปี 2026 ได้เผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายประการ รายงานฉบับนี้สรุปข้อสังเกตตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 พร้อมเจาะลึกข้อมูลเบื้องหลังของแต่ละประเด็น

Cumulative growth of Hugging Face datasets by task category, reaching one million in 2026

โมเดลและชุดข้อมูลบน Hugging Face (HF) Hub เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกๆ วัน โดยคลังโมเดลสาธารณะ (Public model repositories) เพิ่มขึ้นจาก 2.43 เป็น 2.96 ล้านชุด ชุดข้อมูลเพิ่มจาก 7.11 แสนเป็น 1 ล้านชุด และ Spaces เพิ่มจาก 1.00 เป็น 1.44 ล้านชุด อย่างไรก็ตาม การกระจายตัวยังคงมีความสุดโต่ง โดยโมเดลกว่า 85.6% มียอดดาวน์โหลดรวมไม่ถึง 200 ครั้ง ในขณะที่คลังข้อมูลเพียง 1.5% กลับครองยอดดาวน์โหลดทั้งหมดสูงถึง 99.2%

1. พรมแดนเทคโนโลยีที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

ในอดีต ความก้าวหน้าของ AI มักมีเส้นทางที่ชัดเจน เริ่มจากการปล่อยโมเดลขนาดเล็กแล้วค่อยๆ ไต่ระดับไปสู่ขนาดใหญ่ แต่ในปี 2026 แล็บจากจีนหลายแห่งได้ก้าวข้ามขั้นตอนดังกล่าวไปโดยสิ้นเชิง

Largest open-model releases from Chinese and US labs by month in 2026

ข้อมูลระบุว่าเกือบทุกเดือนในปี 2026 โมเดลเปิด (Open Model) ที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดมาจากแล็บจีน ซึ่งมีขนาดพารามิเตอร์ตั้งแต่ 754 พันล้านไปจนถึง 2.78 ล้านล้านพารามิเตอร์ ในขณะที่โมเดลจากอเมริกาส่วนใหญ่ยังมีขนาดต่ำกว่า 130 พันล้านพารามิเตอร์ ยกเว้นเพียง Nemotron 3 Ultra ของ NVIDIA (561B) และ Inkling จาก Thinking Machines Lab

Every lab has a different size strategy

ปัจจุบันสามารถแบ่งแล็บ AI ออกเป็นสองค่ายหลัก ค่ายแรกอย่าง Moonshot, MiniMax, Xiaomi และ Z.ai แทบจะไม่ปล่อยโมเดลที่มีขนาดต่ำกว่า 70B เลย ทำให้นักพัฒนาต้องเผชิญกับโมเดลที่ใหญ่เกินกว่าจะรันบนอุปกรณ์ทั่วไปตั้งแต่เริ่ม ส่วนค่ายที่สองอย่าง Tencent และ Alibaba Qwen ยังคงเน้นความครอบคลุมทุกช่วงขนาดตั้งแต่ต่ำกว่า 1B ขึ้นไป

ความสำเร็จของค่ายแรกเกิดจากสองปัจจัยสำคัญ คือการสร้างโมเดลระดับล้านล้านพารามิเตอร์ไม่ใช่เรื่องยากเกินเอื้อมอีกต่อไป เห็นได้จาก Xiaomi และ Meituan ที่ทำได้สำเร็จในปีนี้ และอีกปัจจัยคือเทคโนโลยี Quantization ของชุมชนที่ช่วยให้โมเดลยักษ์ใหญ่สามารถรันบนอุปกรณ์ทั่วไปได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ทำให้แล็บไม่ต้องกังวลเรื่องการปล่อยโมเดลขนาดเล็กเพื่อสร้างฐานผู้ใช้อีกต่อไป

ในฝั่งสหรัฐฯ แม้จะไม่ได้หายไปจากวงการ Open Source แต่บทบาทได้เปลี่ยนไป โดยองค์กรที่ปล่อยโมเดลเปิดมากที่สุดคือผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อย่าง AMD และ NVIDIA ซึ่งปล่อยโมเดลใหม่มากกว่ารายละ 200 ชุด เพื่อพิสูจน์ว่าชิปของตนทำงานได้จริงตามด้วย LiquidAI ในอันดับที่สาม

New homegrown models

ปัจจุบันศูนย์กลางของ Open Source ได้ย้ายจากแล็บวิจัยโมเดลไปสู่บริษัทฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐาน แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Meta ก็มียอดการปล่อยโมเดลใหม่ลดลงเมื่อเทียบกับ NVIDIA ยิ่งไปกว่านั้น โมเดลขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ หลายตัวยังเป็นการพัฒนาต่อยอดจากโมเดลฐานของจีน ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เปลี่ยนไปจากการสร้าง (Creation) สู่การปรับแต่งและการกระจาย (Distribution)

2. ความสนใจ ไม่เท่ากับการนำไปใช้จริง

จากการวิเคราะห์คลังโมเดล 25 อันดับแรกที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดและยอดไลก์สูงสุด พบว่ามีเพียงคลังข้อมูลเดียวเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ในทั้งสองรายชื่อ

Attention and usage are two different economies

สถิตินี้ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ยอดไลก์มักมอบให้กับโมเดลระดับหน้าหน้า (Frontier) ที่สร้างความตื่นเต้นในสัปดาห์แรกของการเปิดตัว ในขณะที่ยอดดาวน์โหลดมักเป็นของโมเดลขนาดเล็กที่มีความเสถียรมานานหลายปี เช่น all-MiniLM-L6-v2 ที่มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 1.55 พันล้านครั้งแต่มีเพียง 5,156 ไลก์ ซึ่งสะท้อนถึงการถูกนำไปใช้ในระบบงานจริง (Pipeline) ที่รันอย่างต่อเนื่อง

Who downloads what

ความแตกต่างนี้ยังเห็นได้ชัดในระดับองค์กร แล็บจีนอย่าง Moonshot และ MiniMax มียอดดาวน์โหลดส่วนใหญ่มาจากโมเดลขนาดใหญ่กว่า 70B ขณะที่ยักษ์ใหญ่ฝั่งอเมริกาอย่าง Google, Microsoft และ IBM แทบจะไม่มีการดาวน์โหลดในระดับขนาดดังกล่าวเลย โดยเน้นไปที่โมเดลขนาดเล็กที่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของวงการไปแล้ว

3. Open Weights กับการเปลี่ยนผ่านมูลค่าธุรกิจ

สิ่งที่น่าแปลกใจคือโมเดลขนาดใหญ่ระดับล้านล้านพารามิเตอร์จากจีน กลับมาพร้อมกับสัญญาอนุญาต (License) ที่ผ่อนปรนอย่างมาก

The licence is not the business model

ในบรรดาโมเดลจีนขนาดใหญ่กว่า 20B ที่ปล่อยในปีนี้ กว่า 59% ใช้ Apache 2.0 และ 22% ใช้ MIT โดยไม่มีข้อจำกัดทางการค้าเลย ซึ่งผ่อนปรนมากกว่าแล็บฝั่งอเมริกาเสียอีก สิ่งนี้สะท้อนว่าโมเดลเหล่านี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อเก็บค่าลิขสิทธิ์ แต่เป็นการวางกลยุทธ์เพื่อดึงดูดผู้ใช้เข้าสู่ระบบนิเวศ API, Cloud และการจำหน่ายฮาร์ดแวร์แทน

4. Qwen: รากฐานใหม่ของชุมชนนักพัฒนา

ปัจจุบันตระกูลโมเดล Qwen ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศ AI โดยมีโมเดลรุ่นลูก (Derivatives) ที่ถูกพัฒนาต่อยอดบน HF Hub สูงถึง 151,448 รุ่น ซึ่งมากกว่า Meta ถึง 2.6 เท่า

Derivatives on Hugging Face by organization

ความสำเร็จของ Qwen มาจากความสม่ำเสมอในการอัปเดต ความครอบคลุมของขนาดโมเดลที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และความเป็นมิตรของสัญญาอนุญาต Apache 2.0 ทำให้เกิดวงจรป้อนกลับเชิงบวกที่ดึงดูดนักพัฒนาให้เข้ามาสร้างผลงานต่อยอดอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละวันจะมีคลังข้อมูลใหม่ที่พัฒนาจาก Qwen เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 180–210 แห่ง

5. โมเดลขนาดเล็กยังคงครองการใช้งานจริง

แม้โมเดลยักษ์ใหญ่จะได้รับความสนใจ แต่ในแง่การใช้งานจริง โมเดลขนาดต่ำกว่า 1B ยังคงครองยอดดาวน์โหลดตลอดกาลถึง 83% เนื่องจากเป็นขนาดเดียวที่สามารถรันบนฮาร์ดแวร์ทั่วไปได้

Downloads still belong to small models

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์เริ่มถูกทลายด้วยเครื่องมืออย่าง llama.cpp ที่เข้ามาช่วยให้การทำ Inference ในเครื่อง (Local Inference) มีประสิทธิภาพมากขึ้น

llama.cpp on the Hub in 2026

ปัจจุบันนักพัฒนาสามารถรันโมเดลระดับล้านล้านพารามิเตอร์อย่าง Kimi-K3 หรือ DeepSeek-V4-Flash บนเครื่องระดับผู้บริโภคผ่านรูปแบบ GGUF ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่จากปีที่ผ่านมา

What people actually run locally

สถิติยังพบว่าการเติบโตของเลเยอร์สำหรับการรันโมเดล (Runtime layer) เช่น GGUF, LeRobot และ MLX ของ Apple เติบโตเร็วกว่าตัวไลบรารีการสร้างโมเดลแบบเดิมถึง 3-7 เท่า สะท้อนว่าความสำคัญกำลังย้ายจาก "การสร้างน้ำหนักโมเดล" ไปสู่ "การทำให้รันได้จริง"

6. เอเจนต์: ผู้ใช้กลุ่มใหม่ที่ต้องจับตามอง

ปี 2026 เป็นปีแรกที่เอเจนต์ (Agents) กลายเป็นผู้ใช้กลุ่มสำคัญบน Hugging Face Hub โดยข้อมูลจากชุดข้อมูล agent-usage พบว่าทราฟฟิกจำนวนมากเกิดจากการเรียกใช้งานอัตโนมัติของเอเจนต์

The runtime layer is growing fastest

สิ่งที่น่าสนใจคือการเกิดขึ้นของเอเจนต์ที่ไม่ระบุที่มา ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบลงทะเบียนตามไม่ทัน นอกจากนี้ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยังพบกรณีที่เอเจนต์อัตโนมัติพยายามเจาะระบบด้วยความคิดริเริ่มของมันเอง ซึ่งทีมงานต้องใช้โมเดลเปิดอย่าง GLM-5.2 ในการวิเคราะห์การโจมตี เนื่องจากโมเดลแบบปิดปฏิเสธการทำงานด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

มองไปข้างหน้า

การแข่งขันในโลก AI กำลังเปลี่ยนจากการวิ่งระยะสั้นเป็นการวิ่งมาราธอน โดยศูนย์กลางอำนาจเริ่มขยับไปทางเอเชียและบริษัทฮาร์ดแวร์มากขึ้น แม้เครื่องมืออย่าง llama.cpp จะช่วยให้การใช้งานโมเดลใหญ่ในเครื่องเป็นไปได้ แต่กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคตคือการสร้างระบบนิเวศที่นักพัฒนาสามารถนำไปใช้งานต่อได้จริงและยั่งยืน

เมื่อเอเจนต์เริ่มเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ใช้งานหลัก รายงานในไตรมาสถัดไปอาจเผยให้เห็นภาพรวมของระบบนิเวศ AI ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง


หมายเหตุเกี่ยวกับวิธีการ

การวิเคราะห์นี้อิงจากกิจกรรมบน Hugging Face Hub ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ตัวชี้วัดต่างๆ เช่น ยอดดาวน์โหลด ยอดไลก์ และรุ่นลูก เป็นเพียงเครื่องสะท้อนกิจกรรมในระบบนิเวศเท่านั้น ไม่ใช่การวัดคุณภาพโมเดลหรือส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมโดยตรง

Source: Hugging Face Blog
ดูแลงานแปลและเรียบเรียงโดย TanasakP
Agents calling the Hugging Face Hub

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความเห็น

สมัครสมาชิก

มาเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นกันเลยโบร