Meta เปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ AI ล่าสุดในงาน Meta Connect 2026 นำโดยแว่นตาอัจฉริยะรุ่นไร้กล้องและ Muse Charm อุปกรณ์พกพาที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับเอเจนต์ AI โดยเฉพาะ
Amazon สั่งระงับการเข้าถึงของ Muse เอเจนท์ AI รุ่นล่าสุดจาก Meta บนเว็บไซต์ Amazon.com หลังพบพฤติกรรมไม่ระบุตัวตนและเสี่ยงต่อการเก็บข้อมูลลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
Meta เปิดตัว Muse เอเจนต์ AI เชิงรุกที่สามารถทำภารกิจระยะยาวแทนผู้ใช้ได้จริง เช่น จองการเดินทางหรือเจรจาค่าใช้จ่าย โดยทำงานบนโครงสร้าง Muse Secure VM ที่แยกส่วนข้อมูลเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด
Meta เปลี่ยนเกณฑ์การประเมินผลงานวิศวกรจากการนับปริมาณการใช้ AI มาเน้นที่คุณภาพและความเร็วแทน หลังพบพนักงานเร่งปั๊มการใช้งานเพื่อไต่อันดับลีดเดอร์บอร์ดจนต้นทุนพุ่งสูง
Meta เคยมีแผนลดพนักงานกว่า 60% ผ่านโครงการ Project OT เพื่อหันไปใช้ AI Agent แทนที่มนุษย์ แต่ต้องสั่งระงับกะทันหันหลังเทคโนโลยีทำงานได้ไม่ตามเป้าและเผชิญการต่อต้านอย่างรุนแรงจากภายในองค์กร
Meta เปิดตัว MetaRoCE โปรโตคอลรับส่งข้อมูลประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านเครือข่ายในการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่บนโครงสร้าง Ethernet ทั่วไป
Meta Platforms เตรียมรุกตลาด AI เชิงพาณิชย์ด้วยการเปิดตัว Hatch เอเจนต์อัจฉริยะที่มาพร้อมระบบสมาชิกรายเดือน และเตรียมปล่อยโมเดลใหม่ในชื่อ Watermelon ภายในเดือนตุลาคมนี้
Meta กลายเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของ Microsoft โดยจ่ายเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อเข้าถึงโมเดล AI ผ่านบริการ Azure และใช้ข้อมูลมหาศาลเพื่อประเมินประสิทธิภาพโมเดลของตน
Meta เปิดตัว Muse Spark 1.1 พร้อม Meta Model API ในเวอร์ชัน Public Preview ชูจุดเด่นด้านการใช้เครื่องมือ (Tool Use) และ Context Window ขนาด 1 ล้านโทเค็นที่บีบอัดข้อมูลได้เอง แม้ด้านการเขียนโค้ดยังเป็นรองคู่แข่งรายใหญ่
อดีตและพนักงานปัจจุบันของ Meta ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในแคลิฟอร์เนีย โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้ระบบ AI ภายในคัดเลือกพนักงานกลุ่มผู้พิการและผู้ที่ลางานไปดูแลบุตรเพื่อปลดออกในช่วงการเลิกจ้างครั้งใหญ่ 8,000 ตำแหน่ง